วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561
วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561
การกินไข่เค็ม ให้พอดี ไม่มีโทษ
ประโยชน์ของไข่เค็มนั้นมีมากมายอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าจะได้ ประโยชน์ของไข่ อย่างสูงสุดก็ควรที่จะมีการบริโภคหรือ การกินไข่ ที่เหมาะสมตามวัยกันอีกด้วยค่ะ เพื่อที่จะได้รับ ประโยชน์ของไข่ อย่างเต็มที่ให้กับร่างกาย และวันนี้เราก็นำเกร็ดความรู้เรื่องประโยชน์ของไข่และการบริโภคไข่ที่เหมาะสมมาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้รับความรู้และปฏิบัติตามกันอย่างควบคู่กันไปเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ โดยปกติคนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกรับประทานไข่เป็นอาหารหลักกันอยู่แล้วไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยเท่านั้นต่างชาติหลายๆ ประเทศก็มักจะนิยมบริโภคไข่เป็นอาหารหลักด้วยกันทั้งนั้น
ประโยชน์
1. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9ชนิด
2. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ แถมยังมีผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนเส้นเลือดอุดตันในสมองและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
3. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีจัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม
4. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44
5. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูงรวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน
โทษ
1. มีเกลือมาก อันนี้คงเถียงไม่ขึ้น ขื่อก็บอกอยู่ทนโท่ ไข่เค็ม ยังไงก๋เป็นอาหารเค็ม คนที่ต้องงดของเค็ม เช่น คนที่เป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง ก็ต้องหลีกเลี่ยงครับ คนปกติก็ไม่ควรกินเยอะนะครับ เดี๋ยวจะบริโภคเกลือเกินที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
2. มีคอเลสเตอรอล อันนี้ก็เทียบเท่ากับไข่ทั่วไปละค่ะ คนที่ต้องควบคุมระดับไขมันในเลือดก็พึงบริโภคแต่พอดี ยึดทางสายกลางเข้าไว้ค่ะ
จากที่ได้รู้ประโยชน์และโทษของไข่เค็มไปแล้วนะค่ะ วันนี้เราก็นำเมนูนี้มาฝากสำหรับคนที่ ไม่ชอบทานไข่เค็มหรือชอบทานแต่ไม่รู้ว่าจะนำไปประกอบอาหารประเภทไหนหรือเมนูอะไร ต้องลองเมนูนี้เลยค่ะ ตำไทยไข่เค็ม ที่ทางร้าน The Home Ubon ได้รังสรรค์เมนูนี้ขึ้นมาทำให้ทานไข่เค็มได้ง่ายขึ้น ใครที่มาที่ร้านสามารถลองสั่งมาทานได้นะค่ะ รับลองว่าแซ่บจัดจ้านได้ใจเลยทีเดียวค่ะ
ประโยชน์
1. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9ชนิด
2. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ แถมยังมีผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนเส้นเลือดอุดตันในสมองและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
3. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีจัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม
4. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44
5. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูงรวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน
โทษ
1. มีเกลือมาก อันนี้คงเถียงไม่ขึ้น ขื่อก็บอกอยู่ทนโท่ ไข่เค็ม ยังไงก๋เป็นอาหารเค็ม คนที่ต้องงดของเค็ม เช่น คนที่เป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง ก็ต้องหลีกเลี่ยงครับ คนปกติก็ไม่ควรกินเยอะนะครับ เดี๋ยวจะบริโภคเกลือเกินที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
2. มีคอเลสเตอรอล อันนี้ก็เทียบเท่ากับไข่ทั่วไปละค่ะ คนที่ต้องควบคุมระดับไขมันในเลือดก็พึงบริโภคแต่พอดี ยึดทางสายกลางเข้าไว้ค่ะ
จากที่ได้รู้ประโยชน์และโทษของไข่เค็มไปแล้วนะค่ะ วันนี้เราก็นำเมนูนี้มาฝากสำหรับคนที่ ไม่ชอบทานไข่เค็มหรือชอบทานแต่ไม่รู้ว่าจะนำไปประกอบอาหารประเภทไหนหรือเมนูอะไร ต้องลองเมนูนี้เลยค่ะ ตำไทยไข่เค็ม ที่ทางร้าน The Home Ubon ได้รังสรรค์เมนูนี้ขึ้นมาทำให้ทานไข่เค็มได้ง่ายขึ้น ใครที่มาที่ร้านสามารถลองสั่งมาทานได้นะค่ะ รับลองว่าแซ่บจัดจ้านได้ใจเลยทีเดียวค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561
ความสำคัญของโปรตีนในเนื้อ
เนื้อสัตว์คืออาหารที่อยู่ในกลุ่มของโปรตีน ที่จำเป็นต่อร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น วันนี้เราจึงยกเมนูนี้มาฝาก เนื้อแดดเดียวทอด เป็นเมนูอาหารของทางร้าน The Home Ubon แต่ว่าเราควรจะบริโภค เนื้อสัตว์ในปริมาณไหนนั้น ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้เรามีคำตอบค่ะมาดูกัน
เนื้อวัวแต่ละชนิดมีคุณภาพต่างกัน เนื้อวัวพันธุ์พื้นเมืองของไทยจะมีไขมันแทรกทั้งใน เนื้อ และระหว่างก้อนกล้าม เนื้อ น้อยมาก สัมผัสจึงไม่นุ่มเท่าวัวขุน โดยเฉพาะวัวขุนโพนยางคำที่มีปริมาณไขมันมากกว่าถึง 10-15 เท่า ส่วนโปรตีนนั้นไม่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญเนื้อวัวยังเป็นแหล่งอุดมธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและสมองเสื่อมอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานเนื้อวัว ขอแนะนำให้รับประทาน เนื้อ สันส่วนบน (Top Sirloin) เพราะเป็นส่วนที่มีไขมันต่ำสุดเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ
แม้โปรตีนจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้แต่ละคนต้องการโปรตีนในปริมาณไม่เท่ากัน ดังนี้ อายุและเพศ เด็กต้องการโปรตีนสูงกว่าผู้ใหญ่ เพราะต้องนำไปใช้ในการเจริญเติบโต จากสถิติพบว่า เพศชายมีความต้องการโปรตีนมากกว่าเพศหญิง ด้วยขนาดร่างกายและความต้องการใช้พลังงานในแต่ละวันที่มากกว่า มาดูปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคต่อวันกันเลยค่ะ
– เนื้อ สัตว์ 6 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 2 ช้อนกินข้าว) สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบถึง 13 ปี ผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25-60 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
– เนื้อ สัตว์ 9 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 3 ช้อนกินข้าว) สำหรับวัยรุ่นหญิง-ชายอายุ 14 ถึง 25 ปี และชายวัยทำงานอายุ 25 ถึง 60 ปี
– เนื้อ สัตว์ 12 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 4 ช้อนกินข้าว) สำหรับหญิง-ชาย ที่ใช้พลังงานมากเช่น นักกีฬา เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน
ความเจ็บป่วยและภาวะโภชนาการ เด็กที่ขาดสารอาหารจะต้องการโปรตีนมากกว่า ปกติ รวมทั้งคนป่วยหรือผู้เข้ารับการผ่าตัดก็ต้องการโปรตีนมากกว่าคนปกติถึง 1-4 เท่า โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคตับ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง
คุณภาพโปรตีน หมายถึง ปริมาณกรดแอมิโนที่จำเป็นและความสามารถในการย่อย ผู้ ที่บริโภคโปรตีนน้อยจึงมีโอกาสได้รับโปรตีนคุณภาพน้อยกว่าปกติ
ปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยรวม หากได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงโปรตีน มาเป็นแหล่งพลังงาน จนอาจทำให้ขาดโปรตีนได้
กิจกรรม การออกกำลังกายและการทำงานหนักทำให้เสียเหงื่อ และพลังงาน โปรตีนจึง เป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและให้พลังงานแก่เซลล์
อารมณ์และความเครียด มีส่วนให้ระดับไนโตรเจนในร่างกายเป็นลบ จึงต้องการ โปรตีนมากขึ้นเพื่อปรับสมดุล
มีรายงานผลการวิจัยที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นว่า หากเราบริโภคโปรตีนให้เพียงพอไว้ตั้งแต่วัยกลางคน เมื่อแก่ตัวลง ร่างกายจะยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉงกว่าคนวัยเดียวกันที่ขาดโปรตีน ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้คนไทยควรบริโภคโปรตีนเฉลี่ยวันละ 50 กรัม หรือมื้อละประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ
ขาดโปรตีน ภาวะขาดโปรตีนมักเกิดร่วมกับการขาดพลังงาน ส่วนใหญ่จะพบในเด็กเล็ก สังเกตได้จากอาการผอมแห้ง กล้าม เนื้อ ลีบ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง ทำให้โตช้า ภูมิต้านทานต่ำ เจ็บป่วยง่าย ส่วนวัยอื่นๆ ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงนานๆ ก็อาจทำให้ขาดโปรตีนได้เช่นกัน การเสริมสารอาหารประเภทโปรตีนในช่วงนี้จะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
โปรตีนเกิน เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนมากเกินไป จะพบปริมาณยูเรียในเลือดสูง มีภาวะ เลือดเป็นกรดมากขึ้น ส่งผลให้ตับและไตทำงานหนักในการกำจัดยูเรียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ
เมื่อได้รู้แล้วว่าเนื้อสัตว์ดียังไง คนรักสุขภาพอย่างเราจะพลาดได้ไง วันนี้เราจึงหยิบยก เมนูอาหารประเภทเนื้อมาฝากทุกๆคน นั้นก็คือ เนื้อแดดเดียวทอด เมนูของทางร้าน The Home Ubon ร้านนี้เราขอแนะนำค่ะ ทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศดี บริการเป็นกันเอง ใครที่มาที่อุบลอย่าลืมมาแวะมาทานอาหารที่ร้านนี้นะค่ะ
| กิน เนื้อสัตว์ให้เป็น |
เนื้อวัวแต่ละชนิดมีคุณภาพต่างกัน เนื้อวัวพันธุ์พื้นเมืองของไทยจะมีไขมันแทรกทั้งใน เนื้อ และระหว่างก้อนกล้าม เนื้อ น้อยมาก สัมผัสจึงไม่นุ่มเท่าวัวขุน โดยเฉพาะวัวขุนโพนยางคำที่มีปริมาณไขมันมากกว่าถึง 10-15 เท่า ส่วนโปรตีนนั้นไม่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญเนื้อวัวยังเป็นแหล่งอุดมธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและสมองเสื่อมอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานเนื้อวัว ขอแนะนำให้รับประทาน เนื้อ สันส่วนบน (Top Sirloin) เพราะเป็นส่วนที่มีไขมันต่ำสุดเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ
| ทำความเข้าใจเนื้อสัตว์ |
แม้โปรตีนจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้แต่ละคนต้องการโปรตีนในปริมาณไม่เท่ากัน ดังนี้ อายุและเพศ เด็กต้องการโปรตีนสูงกว่าผู้ใหญ่ เพราะต้องนำไปใช้ในการเจริญเติบโต จากสถิติพบว่า เพศชายมีความต้องการโปรตีนมากกว่าเพศหญิง ด้วยขนาดร่างกายและความต้องการใช้พลังงานในแต่ละวันที่มากกว่า มาดูปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคต่อวันกันเลยค่ะ
– เนื้อ สัตว์ 6 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 2 ช้อนกินข้าว) สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบถึง 13 ปี ผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25-60 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
– เนื้อ สัตว์ 9 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 3 ช้อนกินข้าว) สำหรับวัยรุ่นหญิง-ชายอายุ 14 ถึง 25 ปี และชายวัยทำงานอายุ 25 ถึง 60 ปี
– เนื้อ สัตว์ 12 ช้อนกินข้าวต่อวัน (มื้อละ 4 ช้อนกินข้าว) สำหรับหญิง-ชาย ที่ใช้พลังงานมากเช่น นักกีฬา เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน
ความเจ็บป่วยและภาวะโภชนาการ เด็กที่ขาดสารอาหารจะต้องการโปรตีนมากกว่า ปกติ รวมทั้งคนป่วยหรือผู้เข้ารับการผ่าตัดก็ต้องการโปรตีนมากกว่าคนปกติถึง 1-4 เท่า โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคตับ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง
คุณภาพโปรตีน หมายถึง ปริมาณกรดแอมิโนที่จำเป็นและความสามารถในการย่อย ผู้ ที่บริโภคโปรตีนน้อยจึงมีโอกาสได้รับโปรตีนคุณภาพน้อยกว่าปกติ
ปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยรวม หากได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงโปรตีน มาเป็นแหล่งพลังงาน จนอาจทำให้ขาดโปรตีนได้
กิจกรรม การออกกำลังกายและการทำงานหนักทำให้เสียเหงื่อ และพลังงาน โปรตีนจึง เป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและให้พลังงานแก่เซลล์
อารมณ์และความเครียด มีส่วนให้ระดับไนโตรเจนในร่างกายเป็นลบ จึงต้องการ โปรตีนมากขึ้นเพื่อปรับสมดุล
มีรายงานผลการวิจัยที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นว่า หากเราบริโภคโปรตีนให้เพียงพอไว้ตั้งแต่วัยกลางคน เมื่อแก่ตัวลง ร่างกายจะยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉงกว่าคนวัยเดียวกันที่ขาดโปรตีน ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้คนไทยควรบริโภคโปรตีนเฉลี่ยวันละ 50 กรัม หรือมื้อละประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ
| จะเป็นอย่างไรเมื่อขาดโปรตีนหรือได้รับโปรตีนมากเกิน |
ขาดโปรตีน ภาวะขาดโปรตีนมักเกิดร่วมกับการขาดพลังงาน ส่วนใหญ่จะพบในเด็กเล็ก สังเกตได้จากอาการผอมแห้ง กล้าม เนื้อ ลีบ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง ทำให้โตช้า ภูมิต้านทานต่ำ เจ็บป่วยง่าย ส่วนวัยอื่นๆ ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงนานๆ ก็อาจทำให้ขาดโปรตีนได้เช่นกัน การเสริมสารอาหารประเภทโปรตีนในช่วงนี้จะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
โปรตีนเกิน เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนมากเกินไป จะพบปริมาณยูเรียในเลือดสูง มีภาวะ เลือดเป็นกรดมากขึ้น ส่งผลให้ตับและไตทำงานหนักในการกำจัดยูเรียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ
เมื่อได้รู้แล้วว่าเนื้อสัตว์ดียังไง คนรักสุขภาพอย่างเราจะพลาดได้ไง วันนี้เราจึงหยิบยก เมนูอาหารประเภทเนื้อมาฝากทุกๆคน นั้นก็คือ เนื้อแดดเดียวทอด เมนูของทางร้าน The Home Ubon ร้านนี้เราขอแนะนำค่ะ ทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศดี บริการเป็นกันเอง ใครที่มาที่อุบลอย่าลืมมาแวะมาทานอาหารที่ร้านนี้นะค่ะ
วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561
ประโยชน์เน้นๆกับเมนูยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด
ได้ยินกันมานักต่อนักแล้วถึงเรื่องประโยชน์ของเห็ด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเจ้าอาหารที่ว่าเป็นผักก็ไม่ใช่ จะเป็นพืชก็ไม่เชิงนี้ ดีกับสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย และเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่ถูกปากถูกใจคนจำนวนไม่น้อยนั่นก็คือ เห็ดเข็มทองที่ได้ยินกันมาแว่ว ๆ ว่าช่วยลดน้ำหนักได้ แต่เอ๊ะ ! แล้วเห็ดเข็มทองจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร และมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง เรามาเจาะลึกให้รู้กันไปเลย
เห็ดเข็มทอง สรรพคุณไม่ใช่เล่น กินเน้น ๆ เพื่อสุขภาพ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะปริมาณวิตามินบีที่มีมากมายอันเป็นคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานของพืชตระกูลเห็ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเห็ดเข็มทองในปริมาณเพียง 1 ถ้วย ก็มีสารไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 สูงถึง 23% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน แถมปริมาณไธอะมินที่มีก็เทียบเท่ากับ 10% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเหมือนกัน นี่ยังไม่นับรวมกับแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักแต่ก็ครบเครื่องเรื่องคุณค่าแบบสุด ๆ เราจึงสามารถรับประทานเห็ดเข็มทองแทนเนื้อสัตว์ได้ และเพราะสารอาหารที่มีอย่างเพียบพร้อมในปริมาณที่พอดี๊พอดี จึงทำให้เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณมากมายดังนี้ค่ะ
1. ช่วยลดน้ำหนัก
ขึ้นชื่อว่าเห็ดแล้ว สรรพคุณเรื่องการลดน้ำหนักก็จะต้องนำมาอย่างโดดเด่น ด้วยเพราะปริมาณไฟเบอร์ที่มีสูง แถมยังแคลอรีต่ำเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เกิดการผกผันจนทำให้เกิดอาการหิว นอกจากนี้การที่เห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยังทำให้ไขมันสะสมที่เกิดจากการแปรสภาพของน้ำตาลลดลงด้วยล่ะค่ะ
2.ช่วยต้านมะเร็ง
อีกคุณประโยชน์ที่เรียกได้ว่าสุดมหัศจรรย์นั่นก็คือสรรพคุณในการต้านมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์พบว่าการรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นประจำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายได้กว่า 95% และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นั่นก็เป็นเพราะว่าในเห็ดเข็มทองมีสารเฟลมมูลิน (flammulin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในร่างกายได้นั่นเอง
3.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
สารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในเห็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายสุขภาพของเรา อีกทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
4.ควบคุมระดับน้ำตาล
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าพลาดเห็ดเข็มทองแล้วจะต้องเสียดาย เพราะอย่างที่บอกไปเมื่อข้างต้นแล้วว่าเห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงแค่กับคนที่มีสุขภาพปกติ แต่กับคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย เพราะเห็ดเข็มทองจะช่วยให้ภาวะผกผันของระดับน้ำตาลลดลง อีกทั้งไฟเบอร์ที่อยู่ในเห็ดเข็มทองก็ยังไปช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลมาใช้ได้อีกด้วย ส่งผลให้อาการของโรคเบาหวานบรรเทาลงโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
5.ช่วยบำรุงสมอง
เห็ดเข็มทองเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็กในวัยเจริญเติบโต ถ้ากินเห็ดเข็มทองเป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
6.กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
สาเหตุที่เห็ดเข็มทองช่วยลดน้ำหนักได้ไม่ใช่แค่เพียงว่ามีแคลอรีต่ำเท่านั้น แต่เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์ในเห็ดเข็มทองรวมทั้งกากใยที่มีอยู่ไม่น้อยจะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และไม่คั่งค้างเหลือกลายเป็นไขมันสะสมที่ร่างกายไม่ต้องการ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญต่ำ รับประทานเห็ดเข็มทองบ่อย ๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะ
ด้วยเพราะลักษณะของเห็ดเข็มทองที่ดูน่ารับประทานและมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มจึงทำให้เห็ดเข็มทองสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทานเห็ดเข็มทองกับอะไรดีก็ลองไปดูเมนูเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝากกันเลยค่ะ นั้นก็คือ ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด ของทางร้าน The Home Ubon ที่ทางร้านได้นำวัตถุดิบสดใหม่ทุกวันมาทำเมนูนี้ ใครที่ได้มาเที่ยวที่อุบลอย่าลืมแวะมาชิมอาหารร้าน The Home Ubon กันนะคะ
เห็ดเข็มทอง สรรพคุณไม่ใช่เล่น กินเน้น ๆ เพื่อสุขภาพ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะปริมาณวิตามินบีที่มีมากมายอันเป็นคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานของพืชตระกูลเห็ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเห็ดเข็มทองในปริมาณเพียง 1 ถ้วย ก็มีสารไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 สูงถึง 23% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน แถมปริมาณไธอะมินที่มีก็เทียบเท่ากับ 10% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเหมือนกัน นี่ยังไม่นับรวมกับแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักแต่ก็ครบเครื่องเรื่องคุณค่าแบบสุด ๆ เราจึงสามารถรับประทานเห็ดเข็มทองแทนเนื้อสัตว์ได้ และเพราะสารอาหารที่มีอย่างเพียบพร้อมในปริมาณที่พอดี๊พอดี จึงทำให้เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณมากมายดังนี้ค่ะ
1. ช่วยลดน้ำหนัก
ขึ้นชื่อว่าเห็ดแล้ว สรรพคุณเรื่องการลดน้ำหนักก็จะต้องนำมาอย่างโดดเด่น ด้วยเพราะปริมาณไฟเบอร์ที่มีสูง แถมยังแคลอรีต่ำเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เกิดการผกผันจนทำให้เกิดอาการหิว นอกจากนี้การที่เห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยังทำให้ไขมันสะสมที่เกิดจากการแปรสภาพของน้ำตาลลดลงด้วยล่ะค่ะ
2.ช่วยต้านมะเร็ง
อีกคุณประโยชน์ที่เรียกได้ว่าสุดมหัศจรรย์นั่นก็คือสรรพคุณในการต้านมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์พบว่าการรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นประจำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายได้กว่า 95% และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นั่นก็เป็นเพราะว่าในเห็ดเข็มทองมีสารเฟลมมูลิน (flammulin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในร่างกายได้นั่นเอง
3.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
สารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในเห็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายสุขภาพของเรา อีกทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
4.ควบคุมระดับน้ำตาล
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าพลาดเห็ดเข็มทองแล้วจะต้องเสียดาย เพราะอย่างที่บอกไปเมื่อข้างต้นแล้วว่าเห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงแค่กับคนที่มีสุขภาพปกติ แต่กับคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย เพราะเห็ดเข็มทองจะช่วยให้ภาวะผกผันของระดับน้ำตาลลดลง อีกทั้งไฟเบอร์ที่อยู่ในเห็ดเข็มทองก็ยังไปช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลมาใช้ได้อีกด้วย ส่งผลให้อาการของโรคเบาหวานบรรเทาลงโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
5.ช่วยบำรุงสมอง
เห็ดเข็มทองเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็กในวัยเจริญเติบโต ถ้ากินเห็ดเข็มทองเป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
6.กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
สาเหตุที่เห็ดเข็มทองช่วยลดน้ำหนักได้ไม่ใช่แค่เพียงว่ามีแคลอรีต่ำเท่านั้น แต่เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์ในเห็ดเข็มทองรวมทั้งกากใยที่มีอยู่ไม่น้อยจะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และไม่คั่งค้างเหลือกลายเป็นไขมันสะสมที่ร่างกายไม่ต้องการ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญต่ำ รับประทานเห็ดเข็มทองบ่อย ๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะ
ด้วยเพราะลักษณะของเห็ดเข็มทองที่ดูน่ารับประทานและมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มจึงทำให้เห็ดเข็มทองสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทานเห็ดเข็มทองกับอะไรดีก็ลองไปดูเมนูเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝากกันเลยค่ะ นั้นก็คือ ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด ของทางร้าน The Home Ubon ที่ทางร้านได้นำวัตถุดิบสดใหม่ทุกวันมาทำเมนูนี้ ใครที่ได้มาเที่ยวที่อุบลอย่าลืมแวะมาชิมอาหารร้าน The Home Ubon กันนะคะ
วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561
ตำซั่วอาหารอีสานทานแล้วไม่อ้วน
โป๊กๆๆเสียงครกเสียงสากกระทบกันฟังแล้วกระแทกใจ ได้ยินทีไรน้ำลายไหลทุกที ถ้าพูดถึงตำซั่วหลายๆคนคงรู้จักกันดีในฐานะอาหารประจำภาคอีสานรสแซ่บ อาหารที่เป็นที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย ไม่ว่าคนชาติไหนจะแวะมาก็ต้องได้ลองชิม ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็แทบจะมีอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศไทย ถือว่าเป็นอาหารที่อร่อยและหาทานได้ง่ายด้วย แต่ถ้าหากทานเข้าไปมากๆจะอ้วนไหมมั้ยนะ จริงหรือไม่ที่เขาว่ากันว่าทานส้มตำทุกวันแล้วน้ำหนักจะลด? วันนี้เรามีคำตอบมาเฉลยให้ค่ะ
แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าส้มตำก็ต้องมีมะละกอเป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากนั้นยังมีกระเทียม พริกขี้หนู มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือน้ำปลาร้า ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้ส้มตำของเราแซ่บถึงใจมากขึ้นไปอีก ในบางร้านอาจใส่ถั่วฝักยาวเพิ่มเติมลงไปด้วย
ตำซั่วเป็นอาหารที่ให้พลังงานเพียง 35 กิโลแคลอรี่เท่านั้น แถมในอาหารชนิดนี้ยังประกอบไปด้วยผักมากมาย จึงทำให้เวลาที่เราทานเข้าไปแล้วไม่อ้วน แต่ความจริงแล้วเครื่องปรุงรสต่างๆที่อยู่ในตำซั่วนี่แหละที่มีโซเดียมอยู่มาก ทั้งในน้ำปลา ปูดอง และปลาร้า ซึ่งถ้าทานเข้าไปเยอะๆก็จะทำให้ร่างกายเราเกิดอาการที่เรียกว่า “บวมน้ำ” ดังนั้นหากใครที่ต้องการลดน้ำหนักก็ควรจะทานแต่ในปริมาณที่พอดี ไม่ควรที่จะทานเมนูเดิมซ้ำๆทุกวัน และที่สำคัญต้องออกกำลังกายเสริมไปอีกทางด้วยนะคะ
เห็นไหมล่ะคะว่าตำซั่วมีประโยชน์ทานแล้วไม่อ้วน ถ้านึกถึงส้มตำอร่อยๆก็อย่าลืมแวะมาทานที่ร้านเรานะคะ ที่นี่เลย ร้านเดอะโฮมอุบล พร้อมมอบความอร่อยให้ทุกคนค่ะ
| ตำซั่วประกอบด้วยอะไรบ้าง? |
| แล้วสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
บำรุงสายตาสไตล์บ้านๆ ด้วยผักบุ้งแดง
ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญของ ร่างกาย เรา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็นอย่างมาก นอกจากดวงตาจะมีหน้าที่ในการม...
-
โป๊กๆๆเสียงครกเสียงสากกระทบกันฟังแล้วกระแทกใจ ได้ยินทีไรน้ำลายไหลทุกที ถ้าพูดถึง ตำซั่ว หลายๆคนคงรู้จักกันดีในฐานะ อาหารประจำภาคอีสาน รสแซ...
-
ไข่มดแดง ถือเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะมีโปรตีนสูง โดยในไข่มดแดง 100 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนกินข้าว จะมีโปรตีนสูงถึง 8.2 กรัม แถม...
-
มะละกอดิบ สรรพคุณมากมาย มีเอ็นไซม์ที่เป็น ประโยชน์ กับการล้างไขมันในสำไส้ วิธีทำชามะละกอดิบ ดื่มล้างไขมันผนังลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้โด...
















