แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ The home ubon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ The home ubon แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ข่าสมุนไพรดีๆ ที่ควรมีไว้ติดครัว


ข่า (Galangal) เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า “เหง้า” อยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ล้มลุก มีทั้งชนิดที่นำมาทำเป็นเครื่องแกงหรือใช้ประกอบอาหาร กับอีกชนิดที่เรียกว่า “ข่าตาแดง” ซึ่งที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะมีช่อดอกเป็นชั้นๆ มีสีแดงสดสวยงาม

แต่โดยทั่วไป เรามักรู้จักข่าในฐานะเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ซึ่งในตำรายาสมุนไพร ได้กล่าวถึงสรรพคุณของข่าในส่วนต่างๆ ที่สามารถนำไปทำเป็นยาได้ เช่น

> เหง้าแก่ มีรสเผ็ดร้อนขม ใช้แก้กลากเกลื้อน แก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่น ขับลม แก้พิษ แก้บิด แก้ตกเลือด และแก้สันนิบาตหน้าเพลิงได้ นอกจากนี้ เหง้าข่า หากนำมาใส่ในลูกประคบจะช่วยลดอาการฟกช้ำ บวม และกระจายลมได้ดี สำหรับในสตรีหลังคลอดบุตร หากนำเหง้าแก่มาตำกับมะขามเปียกและเกลือรับประทานเป็นประจำ จะช่วยขับรกและขับน้ำคาวปลาได้ดีอีกด้วย
> ต้นแก่ นำมาตำผสมน้ำมันมะพร้าว ใช้ทาแก้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ตามข้อ และแก้ตะคริว
> ใบ มีรสเผ็ดร้อน ใช้ฆ่าพยาธิ และรักษากลากเกลื้อน หากนำมาต้มอาบหรือแช่จะช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามข้อได้
> ดอก มีรสเผ็ดร้อนเช่นกัน แต่ช่วยขับลม และแก้ท้องเสีย แต่หากนำมาตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน ก็จะช่วยรักษาให้หายได้
> หน่ออ่อน มีรสเผ็ดหวาน ช่วยแก้ลม แน่นหน้าอก และบำรุงไฟธาตุ
> ผล มีรสเผ็ดร้อน ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้บิด ช่วยขับเลือดลม แก้เหน็บชา และละลายเสมหะ แก้โลหิตเป็นพิษ
> ราก มีรสเผ็ดร้อนปร่า ช่วยขับเลือดลมให้เดินสะดวก แก้เหน็บชา ละลายเสมหะ และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี


นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหยในข่า ยังประกอบไปด้วยสารเมททิล ซินนาเมต ยูจีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ เช่น บรรเทาอาการปวดบวมตามข้อ บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด และช่วยในระบบย่อยอาหาร อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน แก้ลมพิษ บรรเทาอาการปวดฟัน ช่วยขับลม แก้โรคกระเพาะ รวมทั้งลดไขมันในเลือดได้

ในการศึกษาวิจัยทางฤทธิ์วิทยาของข่า ยังพบด้วยว่า ข่ามีฤทธิ์ต้านฮีสตามีน ต้านการอักเสบ รวมทั้งมีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดี ช่วยในการบีบตัวของลำไส้เล็ก และฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการจุกเสียดได้ด้วย

สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เป็นเชื้อราในช่องปาก คือ เกิดฝ้าขาวบริเวณเพดาน ลิ้น และกระพุ้งแก้ม ที่สามารถหลุดออกได้ จึงมักทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเวลารับประทานอาหารรสจัด ซึ่งเชื้อรานี้จะสามารถลุกลามไปที่หลอดคอและบริเวณขอบลิ้นทำให้กลืนลำบาก แต่สามารถแก้ไขได้โดยนำข่ามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือทุบให้ละเอียดแล้วนำไปดองกับแอลกอฮอล์ 15 วัน กรองเอาแต่น้ำใช้บ้วนปากหรือกลั้วปากและคอ เช้าเย็นก่อนรับประทานอาหารจะช่วยบรรเทาอาการได้

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ไข่ไก่ กับการทานเลือกทานไข่ไก่ในมื้อเช้า


มื้อเช้าอันเป็นมื้อสำคัญของวัน หากได้ไข่ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและประโยชน์มากมายก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมที่จะรับมือกับการเรียน การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากจะจำแนกประโยชน์ของไข่ให้ลึกลงไปอีกก็จะมีดังนี้

1. ไข่เต็มไปด้วยสารอาหาร : ไข่มีครบทั้งโปรตีน สังกะสี วิตามิน A, D, E และ B12 อีกทั้งยังให้พลังงานน้อยนิดเพียง 85 กิโลแคลอรีต่อฟองเท่านั้น เมื่อกินเมนูไข่จึงอิ่มนาน ทำให้ให้กินอาหารได้น้อยในมื้อต่อไป จึงทำให้สาวๆที่นิยมลดความอ้วนมักกินไข่ต้มในตอนเช้านั่นเอง

2. ไข่มีโปรตีนสูง : ไข่เพียง 1 ฟอง จะมีโปรตีนอยู่ถึง 6 กรัม จึงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

3. ไข่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน : นอกจากในไข่จะมีวิตามินที่หลากหลายแล้ว ในไข่ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยเรื่องการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เป็นไปอย่างปกติ

4. ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท : เพราะไข่ 1 ฟอง จะมีโคลีน มากถึง 20% ซึ่งเป็นปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน สำหรับโคลีนเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง จึงทำให้สมองและระบบประสาทแข็งแรง พร้อมในการทำกิจกรรมและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

5. แคโรทีนอยด์ช่วยในการมองเห็น : ในไข่มีลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีความสำคัญกับสุขภาพดวงตาอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

6. ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจก : เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระในไข่จะช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของรังสียูวี จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกเมื่อมีอายุมากขึ้น

7. ไข่ช่วยบำรุงความจำ : เพราะในไข่มีวิตามินอยู่ค่อนข้างสูง จึงช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

8. ไข่เป็นอาหารลดน้ำหนัก : จากการทดลองของมหาวิทยาลัยลุยเซียนาพบว่า การรับประทานไข่ในตอนเช้าจะสามารถลดความอ้วนได้ดีกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นขนมปัง แต่ก็ควรกินแบบจำกัดจำนวนด้วย โดยวันหนึ่งไม่ควรกินเกิน 3 ฟอง

9. ไข่ไก่มีราคาถูก : เมื่อเทียบประโยชน์ที่มากมายของไข่กับราคาแล้ว นับว่าเป็นของดีที่ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับอาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ ผัก หรือผลไม้

10. เมนูไขทำได้ง่ายและรวดเร็ว : เมนูไข่เหมาะสำหรับทำรับประทานที่บ้านเองได้ทุกเช้า เพราะทำไม่ยาก ดัดแปลงได้หลายอย่าง แถมยังมีคุณค่าทางอาหารมาก จึงนับว่า อร่อย ทำง่ายและได้ประโยชน์จริงๆ


ปริมาณไข่ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ
ในไข่ 1 ฟอง จะมีคอเลสเตอรอลประมาณ 250 มิลลิกรัม ซึ่งคนเราควรได้รับคอเลสเตอรอลไม่เกินวันละ 300 มิลลิกรัม ดังนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายได้รับคอเลสเตอรอลที่มากเกินควรรับประทานไข่ในปริมาณดังนี้

- เด็กอายุ 6 เดือน ควรใช้ไข่แดงบดผสมกับข้าวโดยเริ่มให้ตั้งแต่ปริมาณน้อยๆไปก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิด
- เด็กอายุ 7 เดือนขึ้นไปจนถึงวัยรุ่น รับประทานได้ 1 ฟองต่อวัน
- วัยทำงาน และมีสุขภาพที่ปกติ รับประทานได้ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานไม่เกิน 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์

ถึงแม้ว่าอาหารจานไข่จะมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็ตาม แต่การจะให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหารมากที่สุดก็ควรจะต้องรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบทั้ง 5 หมู่ นอกจากนี้หากรับประทานไข่ต้มในตอนเช้าก็ควรเพิ่มน้ำส้มคั้นสด ๆ เพื่อร่างกายจะยิ่งดูดซึมสารอาหารจากไข่ได้ดีมากขึ้น


เหมือนกับเมนูตำแตงไข่ต้มที่ได้ประโยชน์ล้วนๆ แถมเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เพราะไข่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ทานกับตำแตงแซ่บๆ ฟินอยู่บอกใครเลย หรืออยากทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสามารถมาทานได้ที่ร้านมายโฮมได้นะคะ รับรองว่าอาหารอร่อยทุกอย่าง สนใจหรือสบถามได้ที่ร้าน myhome ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทรสอบถามหรือจองโต๊ะได้ที่ 087-330-0333,045-311333 เปิดบริการทุกวัน 11.00-22.00 น.

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

เนื้อวัวมีสารอาหารที่ครบถ้วนจริงหรือไม่ ?

สารอาหาร

เนื้อวัว จัดว่าเป็นแหล่งของสารอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพดีของคนไทยมาเป็นเวลา ช้านาน โปรตีนในเนื้อวัวเป็นโปรตีนที่มีค่าทางชีวภาพสูง (high biological value) เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนสำหรับมนุษย์เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตอย่างเป็นปกติและมีการพัฒนา ของสมองอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของสารอาหารรอง (micronutrients) ได้แก่ วิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, วิตามินดี, วิตามินอี, ธาตุเหล็ก1 โดยเฉพาะวิตามินบี 12 มักจะพบในปริมาณน้อยในอาหารชนิดอื่น

เนื้อ
👉🏻คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อวัว 👈🏻
✏ โปรตีน

โปรตีนในเนื้อวัวส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน2 เนื้อวัวดิบมีปริมาณโปรตีน 20.3 กรัมต่อ 100 กรัมของส่วนที่บริโภคได้ โดยปริมาณนี้อาจแปรผันได้ในเนื้อวัวสายพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของปริมาณไขมันในเนื้อวัวแต่ละสายพันธุ์ ค่าสารอาหารโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai Recommended Daily Intakes– Thai RDI) มีค่าเท่ากับ 50 กรัม โดยคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี3 จึงนับได้ว่าเนื้อวัวให้ปริมาณโปรตีนแก่มนุษย์ได้ค่อนข้างสูง นอกจากนี้เนื้อวัวยังมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายมนุษย์ กรดอะมิโนจำเป็นหมายถึงกรดอะมิโนทั้ง 8 ชนิด ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ ได้แก่ isoleucine, leucine, lysine, methionine, phenylalanine, threonine, tryptophan, และ valine โปรตีนในเนื้อวัวมีประโยชน์ต่อการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อในนักกีฬาหรือผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เนื้อวัวเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) สูงถึงร้อยละ 28.7 ของค่าเฉลี่ยทั่วไปของอาหาร4 โดยปกติแล้วสัดส่วนของปริมาณโปรตีนในเนื้อที่มาจากชิ้นส่วนที่แตกต่างกันและมีปริมาณไขมันที่แตกต่าง กันย่อมแตกต่างกัน

✏ ไขมัน
ไขมันในเนื้อวัวจัดว่ามีความผันแปรมากที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าเป็นชิ้นส่วนใดของซาก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ห่อหุ้มหรือปะปนอยู่ในเนื้อว่ามีมากน้อยเพียงใด กองโภชนาการ2 รายงานว่าเนื้อวัวส่วนสันในมีปริมาณไขมัน ร้อยละ 3.26 เช่นเดียวกับโปรตีนที่ปริมาณนี้อาจแปรปรวนได้ในเนื้อวัวสายพันธุ์ต่าง ๆ อย่างเช่น เนื้อวัวพันธุ์ต่างประเทศมีปริมาณไขมันร้อยละ 2.504
กรดไขมันในเนื้อวัวส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันประเภทอิ่มตัว โดยเฉพาะกรดปาล์มิติกและกรดสเตียริก ส่วนกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวที่มีอยู่ในปริมาณสูง คือ กรดโอลิอิก ไขมันสัตว์มีคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบอยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูงและมีปริมาณแปรปรวนขึ้นกับ สายพันธุ์ของวัว ถ้าเป็นเนื้อวัวส่วนสันในจะมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง (monounsaturated fatty acid, MUFA) กว่ากรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid, SFA) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyusaturated fatty acid,PUFA

✏ คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรตมีอยู่ในเนื้อสัตว์เพียงร้อยละ 1 หรือต่ำกว่านี้ 6 ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไกลโคเจนและกรดแลกติก ซึ่งไกลโคเจนสะสมอยู่ในตับเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเนื้อสัตว์จึงมีปริมาณไกลโคเจนต่ำมาก21

✏ แร่ธาตุ
เนื้อวัวประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ได้แก่ เหล็ก, ฟอสฟอรัส, สังกะสี, ซีลีเนียม และ แมกนีเซียม

ลาบเนื้อ
หวังว่าทุกคนคงได้อ่านคุณค่าทางสารอาหารของเนื้อวัวกันมาแล้วนะค่ะ วันนี้เราก็มีเมนูที่ทำจากเนื้อวัวมาฝากเช่นเคยค่ะ คนที่ชอบทานอาหารอีสานห้ามพลาด มาทำความรู้จักกับเมนูนี้เลยค่ะ ลาบเนื้อ เป็นการนำเอาเนื้อวัวดิบมาทำเป็นลาบ ซึ่งชาวอีสานเขานิยมทานกันค่ะ สำหรับใครที่ไม่สะดวกทำกินเอง หรืออยากทานแต่ไม่มีเวลาทาน สามารถแวะมาทานที่ร้าน The Home Ubon ได้เลยนะค่ะ บรรยากาศร้านดี ราคาสุดประหยัด บริการประทับใจ ต้องมาลองทานค่ะ

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561

การกินไข่เค็ม ให้พอดี ไม่มีโทษ

การกินไข่

ประโยชน์ของไข่เค็มนั้นมีมากมายอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าจะได้ ประโยชน์ของไข่ อย่างสูงสุดก็ควรที่จะมีการบริโภคหรือ การกินไข่ ที่เหมาะสมตามวัยกันอีกด้วยค่ะ เพื่อที่จะได้รับ ประโยชน์ของไข่ อย่างเต็มที่ให้กับร่างกาย และวันนี้เราก็นำเกร็ดความรู้เรื่องประโยชน์ของไข่และการบริโภคไข่ที่เหมาะสมมาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้รับความรู้และปฏิบัติตามกันอย่างควบคู่กันไปเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ โดยปกติคนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกรับประทานไข่เป็นอาหารหลักกันอยู่แล้วไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยเท่านั้นต่างชาติหลายๆ ประเทศก็มักจะนิยมบริโภคไข่เป็นอาหารหลักด้วยกันทั้งนั้น
ประโยชน์
1. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9ชนิด
2. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ แถมยังมีผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนเส้นเลือดอุดตันในสมองและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
3. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีจัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม
4. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44
5. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูงรวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน
ไข่
โทษ
1. มีเกลือมาก อันนี้คงเถียงไม่ขึ้น ขื่อก็บอกอยู่ทนโท่ ไข่เค็ม ยังไงก๋เป็นอาหารเค็ม คนที่ต้องงดของเค็ม เช่น คนที่เป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง ก็ต้องหลีกเลี่ยงครับ คนปกติก็ไม่ควรกินเยอะนะครับ เดี๋ยวจะบริโภคเกลือเกินที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
2. มีคอเลสเตอรอล อันนี้ก็เทียบเท่ากับไข่ทั่วไปละค่ะ คนที่ต้องควบคุมระดับไขมันในเลือดก็พึงบริโภคแต่พอดี ยึดทางสายกลางเข้าไว้ค่ะ
ตำไทยไข่เค็ม

จากที่ได้รู้ประโยชน์และโทษของไข่เค็มไปแล้วนะค่ะ วันนี้เราก็นำเมนูนี้มาฝากสำหรับคนที่ ไม่ชอบทานไข่เค็มหรือชอบทานแต่ไม่รู้ว่าจะนำไปประกอบอาหารประเภทไหนหรือเมนูอะไร ต้องลองเมนูนี้เลยค่ะ ตำไทยไข่เค็ม ที่ทางร้าน The Home Ubon ได้รังสรรค์เมนูนี้ขึ้นมาทำให้ทานไข่เค็มได้ง่ายขึ้น ใครที่มาที่ร้านสามารถลองสั่งมาทานได้นะค่ะ รับลองว่าแซ่บจัดจ้านได้ใจเลยทีเดียวค่ะ

วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561

ประโยชน์เน้นๆกับเมนูยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด

ได้ยินกันมานักต่อนักแล้วถึงเรื่องประโยชน์ของเห็ด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเจ้าอาหารที่ว่าเป็นผักก็ไม่ใช่ จะเป็นพืชก็ไม่เชิงนี้ ดีกับสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย และเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่ถูกปากถูกใจคนจำนวนไม่น้อยนั่นก็คือ เห็ดเข็มทองที่ได้ยินกันมาแว่ว ๆ ว่าช่วยลดน้ำหนักได้ แต่เอ๊ะ ! แล้วเห็ดเข็มทองจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร และมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง เรามาเจาะลึกให้รู้กันไปเลย
เห็ดเข็มทอง1
เห็ดเข็มทอง สรรพคุณไม่ใช่เล่น กินเน้น ๆ เพื่อสุขภาพ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะปริมาณวิตามินบีที่มีมากมายอันเป็นคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานของพืชตระกูลเห็ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเห็ดเข็มทองในปริมาณเพียง 1 ถ้วย ก็มีสารไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 สูงถึง 23% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน แถมปริมาณไธอะมินที่มีก็เทียบเท่ากับ 10% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเหมือนกัน นี่ยังไม่นับรวมกับแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักแต่ก็ครบเครื่องเรื่องคุณค่าแบบสุด ๆ เราจึงสามารถรับประทานเห็ดเข็มทองแทนเนื้อสัตว์ได้ และเพราะสารอาหารที่มีอย่างเพียบพร้อมในปริมาณที่พอดี๊พอดี จึงทำให้เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณมากมายดังนี้ค่ะ
สรรพคุณเห็ด
1. ช่วยลดน้ำหนัก
ขึ้นชื่อว่าเห็ดแล้ว สรรพคุณเรื่องการลดน้ำหนักก็จะต้องนำมาอย่างโดดเด่น ด้วยเพราะปริมาณไฟเบอร์ที่มีสูง แถมยังแคลอรีต่ำเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เกิดการผกผันจนทำให้เกิดอาการหิว นอกจากนี้การที่เห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยังทำให้ไขมันสะสมที่เกิดจากการแปรสภาพของน้ำตาลลดลงด้วยล่ะค่ะ
2.ช่วยต้านมะเร็ง
อีกคุณประโยชน์ที่เรียกได้ว่าสุดมหัศจรรย์นั่นก็คือสรรพคุณในการต้านมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์พบว่าการรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นประจำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายได้กว่า 95% และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นั่นก็เป็นเพราะว่าในเห็ดเข็มทองมีสารเฟลมมูลิน (flammulin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในร่างกายได้นั่นเอง
3.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
สารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในเห็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายสุขภาพของเรา อีกทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
ควบคุมระดับน้ำตาล
4.ควบคุมระดับน้ำตาล
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าพลาดเห็ดเข็มทองแล้วจะต้องเสียดาย เพราะอย่างที่บอกไปเมื่อข้างต้นแล้วว่าเห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงแค่กับคนที่มีสุขภาพปกติ แต่กับคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย เพราะเห็ดเข็มทองจะช่วยให้ภาวะผกผันของระดับน้ำตาลลดลง อีกทั้งไฟเบอร์ที่อยู่ในเห็ดเข็มทองก็ยังไปช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลมาใช้ได้อีกด้วย ส่งผลให้อาการของโรคเบาหวานบรรเทาลงโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ช่วยบำรุงสมอง
5.ช่วยบำรุงสมอง
เห็ดเข็มทองเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็กในวัยเจริญเติบโต ถ้ากินเห็ดเข็มทองเป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
6.กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
สาเหตุที่เห็ดเข็มทองช่วยลดน้ำหนักได้ไม่ใช่แค่เพียงว่ามีแคลอรีต่ำเท่านั้น แต่เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์ในเห็ดเข็มทองรวมทั้งกากใยที่มีอยู่ไม่น้อยจะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และไม่คั่งค้างเหลือกลายเป็นไขมันสะสมที่ร่างกายไม่ต้องการ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญต่ำ รับประทานเห็ดเข็มทองบ่อย ๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะ
กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
ด้วยเพราะลักษณะของเห็ดเข็มทองที่ดูน่ารับประทานและมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มจึงทำให้เห็ดเข็มทองสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทานเห็ดเข็มทองกับอะไรดีก็ลองไปดูเมนูเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝากกันเลยค่ะ นั้นก็คือ ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด ของทางร้าน The Home Ubon ที่ทางร้านได้นำวัตถุดิบสดใหม่ทุกวันมาทำเมนูนี้ ใครที่ได้มาเที่ยวที่อุบลอย่าลืมแวะมาชิมอาหารร้าน The Home Ubon กันนะคะ

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

“เนื้อย่างโพนยางคำ”เมนูพิเศษสำหรับคนชอบ“เนื้อ”

ในปัจจุบันเนื้อโคขุนได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน โดยเฉพาะเนื้อโคขุนต้นตำหรับก็คือ โคขุนโพนยางคำ ที่อร่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก แต่การจะได้เนื้อวัวที่มีคุณภาพ การเลี้ยงโคขุนจะต้องผ่านการดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่พ่อพันธุ์ การเลี้ยง การให้อาหาร วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเมนู “เนื้อย่างโพนยางคำ” กันคะ สำหรับคนที่กินเนื้อ ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อรสชาติดีกว่าหมู และเนื้อวัวในประเทศไทยที่นิยมกินกันเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ “เนื้อโคขุนโพนยางคำ” เป็นเนื้อวัวคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งจากคนไทยและต่างชาติ เนื่องจากเป็นเนื้อวัวคุณภาพดี ได้มาตรฐาน เนื้อนุ่ม รสชาติดี มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้ออย่างพอเหมาะ และสามารถนำไปทำอาหารได้หลายเมนู
“เนื้อย่างโพนยางคำ” ต่างจากเนื้อตามตลาดธรรมดาเพราะจะรู้สึกได้ว่าหอมกว่า เหนียวน้อยกว่า รสชาติหวานกว่า นำมาย่างพอสุก เสริฟด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด เมนูนี้มีให้ทานกัน ณ ร้านเดอะโฮมอุบล ร้านอาหารอีสานที่มีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนกินข้าวที่บ้านตัวเอง

บำรุงสายตาสไตล์บ้านๆ ด้วยผักบุ้งแดง

ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญของ ร่างกาย เรา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็นอย่างมาก นอกจากดวงตาจะมีหน้าที่ในการม...