วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อกไก่ อาหารธรรมดาที่น่ารู้



เนื้ออกไก่ที่ไม่มีหนังปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี่ และให้โปรตีนสูงถึง 22.50 กรัม ในขณะที่มีไขมันเพียง 2.62 กรัมเท่านั้น อีกทั้งยังปราศจากน้ำตาลและประกอบไปด้วยสารโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และวิตามินเอ โดยในปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนได้พิสูจน์คุณประโยชน์ต่าง ๆ ของอกไก่ไว้ ดังต่อไปนี้

ช่วยลดน้ำหนัก การบริโภคอาหารที่มีไขมันน้อยอย่างอกไก่อาจช่วยลดหรือรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ซึ่งมีงานค้นคว้าที่พบว่าอกไก่อาจเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในเมนูลดน้ำหนักได้ โดยอีกงานวิจัยหนึ่งก็ค้นพบว่าการบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่ในปริมาณ 200 กรัม 4 ครั้ง/สัปดาห์ อาจช่วยลดระดับไขมันในร่างกายและช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วย

แม้อกไก่อาจช่วยลดน้ำหนักได้ แต่งานวิจัยข้างต้นก็เป็นเพียงการศึกษาจากกลุ่มทดลองขนาดเล็กเท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปประสิทธิผลของอกไก่ในด้านนี้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ควรศึกษาเพิ่มเติมโดยขยายกลุ่มทดลองให้ใหญ่ขึ้น เพื่อนำหลักฐานที่ได้มายืนยันสมมติฐานดังกล่าวต่อไป


เสริมสมรรถภาพการออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้สุขภาพแข็งแรง แต่ก็อาจทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยหรือหมดแรง และส่งผลให้กล้ามเนื้อล้าได้เช่นกัน ซึ่งในอกไก่มีโปรตีนที่อาจช่วยสร้างความแข็งแรงแก่ร่างกาย บำรุงกล้ามเนื้อ ช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อล้าง่ายจนเกินไป และอาจเสริมสมรรถภาพในการออกกำลังกายให้ดีขึ้นด้วย

บริโภคอกไก่อย่างไรให้ปลอดภัย ?

แม้มีงานวิจัยที่เผยว่าอกไก่อาจไม่ทำให้เกิดพิษหรือเป็นอันตรายใด ๆ ต่อสุขภาพหากบริโภคในรูปแบบของอาหาร แต่ในปัจจุบันยังไม่มีงานค้นคว้าใดสามารถระบุปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคอกไก่ได้อย่างชัดเจน ด้านกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยยังเผยอีกว่า เนื้อไก่สดอาจปนเปื้อนเชื้อโรคต่าง ๆ และมีสารพิษตกค้างที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรเลือกซื้อและรับประทานอกไก่อย่างระมัดระวังในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ

ส่วนเชื้อโรคหรือสารเคมีต่าง ๆ ที่อาจปนเปื้อนในอกไก่ และทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงเกิดการเจ็บป่วยได้ มีดังนี้

🐓สารบอแรกซ์ เป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงอีกชนิดหนึ่งที่ผู้ผลิตอาหารนิยมนำมาใช้ เพราะทำให้อาหารมีลักษณะยืดหยุ่น กรอบ และอร่อย ซึ่งอาจเจือปนอยู่ในเนื้อไก่หรือไก่บด

🐓สารฟอร์มาลีน ถูกนำมาใช้เพื่อคงความสดของเนื้อไก่ แต่หากรับประทานเป็นระยะเวลานานอาจเสี่ยงเป็นหมัน โรคตับ ไตเสื่อม และโรคมะเร็งได้ โดยอาจพบสารนี้ได้ทั้งในเนื้อไก่สดและเนื้อไก่แปรรูป

🐓เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) และเชื้ออีโคไล (E. coli) ที่เป็นสาเหตุของภาวะอาหารเป็นพิษ ซึ่งอาจเจือปนอยู่ในเนื้อไก่สดหรือเนื้อไก่แช่แข็ง

🐓เชื้อไวรัส เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ เช่น H5N1 และ H7N9 เป็นไวรัสที่พบในสัตว์ปีกอย่างไก่ ซึ่งเชื้อดังกล่าวอาจตกค้างอยู่ในเนื้อไก่ดิบ และหากรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้ติดเชื้อจนเป็นโรคไข้หวัดนกได้


ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานอกไก่ ผู้บริโภคอาจปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

🐓เลือกซื้อจากร้านค้าที่สะอาดได้มาตรฐาน หรือร้านที่มีการรับรองคุณภาพจากกรมปศุสัตว์

🐓เลือกอกไก่ที่ถูกเก็บรักษาด้วยความเย็น เพราะความเย็นช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเลือกซื้อเนื้อไก่ที่มีสีธรรมชาติ เนื้อไม่คล้ำ ไม่มีจุดเลือดออก ไม่มีรอยฟกช้ำ และไม่มีกลิ่นเหม็นหืน

🐓เก็บเนื้อไก่ที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นทันที โดยเก็บไว้ในช่องธรรมดาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4.4 องศาเซลเซียสสำหรับใช้ประกอบอาหารภายใน 1-2 วัน หรือเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -17.8 องศาเซลเซียส หากต้องการเก็บไว้ในระยะยาว

🐓หากมั่นใจว่าแหล่งที่มาและการขนส่งเนื้อไก่สะอาดปลอดภัยดี ไม่แนะนำให้ล้างทำความสะอาดอกไก่ด้วยน้ำเปล่าก่อนปรุงอาหาร เพราะอาจทำให้เชื้อต่าง ๆ แพร่กระจายออกไปได้ เช่น เข้าสู่มือ เสื้อผ้า พื้นที่ปรุงอาหาร หรืออุปกรณ์ทำครัวอื่น ๆ เป็นต้น เพราะการใช้ความร้อนปรุงอาหารจะฆ่าเชื้อโรคเหล่านั้นได้อยู่แล้ว

🐓ปรุงอกไก่ให้สุกดีเสมอ เพราะการปรุงสุกจะช่วยฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ โดยอาจปรุงอกไก่จนสุกในระดับที่แตกต่างกันตามวิธีทำอาหาร เช่น อบอกไก่อาจใช้ความร้อนประมาณ 177 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20-30 นาที ต้มหรือตุ๋นอกไก่นาน 25-30 นาที หรือปิ้งย่างอกไก่นาน 6-8 นาที/ด้าน เป็นต้น


อกไก่เป็นเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานสูง อุดมไปด้วยโปรตีนจำนวนมาก แต่มีไขมันน้อย จึงพบอาหารชนิดนี้ได้ในอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายเมนู อย่างเช่น สลัดอกไก่ทอด โดยคนเชื่อว่าการบริโภคอกไก่อาจช่วยลดและควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งอาจเสริมสมรรถภาพระหว่างการออกกำลังกายได้ด้วย

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ปลาหมึก ประโยชน์มากกว่าที่คิด


" หมึก" หรือ "ปลาหมึก" (Squid) ที่หลายคนรู้จักกันดีถือเป็น อาหารทะเล อีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ จุดเด่นของปลาหมึกคือสามารถนำมาประยุกต์รับประทานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัด ทอด ต้ม หรือนำมาแปรรูปทั้งแบบแห้งและแบบดอง ในบางประเทศอย่างเกาหลีและญี่ปุ่นก็ยังนิยมนำปลาหมึกมารับประทานกันแบบสดๆ แกล้มกับเครื่องดื่มโซจู (Soju) หรือสาเกในงานสังสรรค์อีกด้วย

ประโยชน์ของปลาหมึก อุดมด้วยโอเมก้า 3

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ยังมีความเชื่อว่าปลาหมึกเป็นอาหารที่ยิ่งรับประทานยิ่งอ้วนเพราะมีคอเลสเตอรอลสูง ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าในปลาหมึกมีคอเลสเตอรอลสูงจริงแต่ก็มีปริมาณไขมันกลุ่มโอเมก้า3 อยู่จำนวนมากเช่นกัน โดยโอเมกา 3 ในปลาหมึกจะทำหน้าที่ยับยั้งปริมาณคอเลตเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ จึงอาจกล่าวได้ว่าคอลเลตเตอรอลในปลาหมึกไม่มีผลเสียใดๆกับร่างกายหากรับประทานให้เหมาะสมเปรียบเทียบกับเนื้อหมูหรือเนื้อวัวด้วยแล้ว จะพบว่าปลาหมึกทำให้เป็นโรคหัวใจหรือคอลเลตเตอรอลสูงได้น้อยกว่าเพราะเนื้อหมูและวัวนั้นไม่มีโอเมก้า 3 นั่นเอง


ดูแลสุขภาพด้วย 4 คุณประโยชน์ของปลาหมึก

1. ปลาหมึกมีโอเมกา 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย

โดยโอเมกา 3 ในปลาหมึกนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านสติปัญญา ช่วยเพิ่มสมาธิและความจำอีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ นอกจากนี้โอเมกา 3 ยังมีประโยชน์กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยมีงานวิจัยระบุว่ากรดไขมันโอเมกา 3 ในส่วนของ DHA นั้นสามารถส่งผลต่อระบบสายตา ประสาทและสมองของทารก โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรกก่อนคลอด ดังนั้นหากคุณแม่ท่านใดรับประทานปลาหมึกในปริมาณที่เหมาะสม ทารกในครรภ์ก็จะได้รับโอเมกา 3 ตั้งแต่ในท้องไปด้วย

2. ประโยชน์ของปลาหมึกช่วยให้ใบหน้าเปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัย

เนื่องจากในอาหารทะเลจะมีปริมาณคอลาเจนอยู่ค่อนข้างสูง ผู้รักสุขภาพและความงามหลายท่านจึงนิยมรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปลาน้ำลึกจำพวกหูฉลามหรือครีบฉลาม แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นปลาหมึกจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะปลาหมึกเป็นอาหารที่ปริมาณคอลาเจนสูงและยังดูดซึมได้ง่ายเมื่อเทียบกับหูฉลามหรือตีนไก่ นอกจากนี้ในปลาหมึกยังคลอเรสเตอรอลชนิดดีที่มีส่วนช่วยในการจะบำรุงผิวหนัง ทำให้ผิวหน้ากระชับเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น ช่วยรักษาสิวและจุดด่างดำ

3. ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน

โดยปกติแล้วโรคคอพอกเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เนื่องจากร่างกายขาดไอโอดีนทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอโตหรือคอพอกตามมา ดังนั้นการรับประทานอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาหมึกจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคคอพอกได้ เนื่องจากปลาหมึกจะมีปริมารไอโอดีนสูงโดยปลาหมึกน้ำหนัก 100 กรัม จะมีปริมาณไอโอดีนสูงถึง 54 ไมโครกรัม แม้ไอโอดีนจะเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการไม่มากนัก แต่หากรับประทานไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้

4. ปลาหมึกมีประโยชน์สามารถยับยั้งเนื้องอกได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าปลาหมึกเป็นอาหารสารพัดประโยชน์จริงๆโดย นอกจากตัวปลาหมึกจะมีไอโอดีน คอลาเจนหรือ โอเมกา 3 แล้วหมึกของปลาหมึกก็ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายและมีสารยับยั้งเนื้องอกในร่างกายอีกด้วย โดยในน้ำหมึกของปลาหมึกที่เรียกว่า squid ink จะมีสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ ชนิดเปปไทด์ซึ่งปลาหมึกจะใช้หมึกนี้พ่นใส่ศัตรู เป็นการพรางตัวและเอาตัวรอด โดยนักวิจัยได้นำหมึกของปลาหมึกมาวิจัยถึงคุณค่าทางโภชนาการและพบว่า peptidoglycan ซึ่งเป็นส่วนประกอบย่อยในน้ำหมึกดังกล่าว มีคุณสมบัติพิเศษในการยับยั้งการเกิดเนื้องอกในร่างกายของหนูทดลอง ตามร้านอาหารต่างๆจึงเริ่มมีการนำหมึกของปลาหมึกมาผสมกับอาหารไม่ว่าจะนำมาเป็นน้ำซอสราด ผสมเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นดำหรือพาสต้าที่เป็นเมนูรักสุขภาพที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน


รู้จักประโยชน์ของปลาหมึกแล้ว เรามาดูเมนูอาหารอร่อยๆดีกว่าค่ะ วันนี้เรานำเมนูสุดอร่อยมาให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกันค่ะ นั้นก็คือ เมนูปลาหมึกผัดผงกะหรี่ เมนูอาหารแสนอร่อย รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หอมกลิ่นผงกะหรี่ ปลาหมึกนุ่มๆ ผัดกับผงกะหรี่หอมๆ อร่อยเข้ากันมากค่ะ



วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

🥕🥕แครอทสุดยอดผัก เพื่อสุขภาพผู้หญิง🥕🥕



แครอท เป็นพืชในตระกูลผักชีที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีสีสันหลากหลายทั้งส้ม แดง เหลือง ขาว และม่วง สามารถรับประทานได้ทั้งส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินและใบ แต่ส่วนหัวจะเป็นที่นิยมนำมาใช้รับประทานเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบดิบ ผ่านการปรุงสุก หรือใช้ปรุงเป็นขนม รวมถึงอาจคั้นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพก็ได้เช่นกัน

แครอทผักหัวสีส้มที่มากด้วยประโยชน์ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แต่จะดีมากโดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง ซึ่งประโยชน์ที่ว่านั้นก็คือ

1. สุขภาพผมแข็งแรงเงางาม

ในแครอทมีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีวิตามินซีช่วยทำให้ผมที่ขาดน้ำหนักกลับมานุ่มสลวยขึ้น

2. บำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์

หากคุณผู้หญิงไม่อยากแก่ก่อนวัย และดูเด็กกว่าวัย ควรรับประทานแครอท เพราะในแครอทจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งกินจะยิ่งดูเด็ก ลองดูได้เลย


3. ป้องกันการเกิดสิว

ในแครอท นอกจากจะทำให้ผิวสวยแล้วยังช่วยปรับค่าพีเอชของผิว ให้เกิดความสมดุลอีกด้วย จึงลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี และหากไม่อยากให้เกิดสิวก็ควรดื่มน้ำแครอทผสมน้ำผึ้งก็จะยับยั้งไม่ให้เกิดสิวได้

4. ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา

หากคุณผู้หญิงต้องการมีดวงตาคู่สวยอยู่ไปนาน ๆ แครอทสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะแครอทมากด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน จึงป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

5. ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์

หากคุณสาวๆท่านไหนไม่อยากให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพอันเกิดจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ก็ควรรับประทานแครอทเพราะสารต้านอนุมูลอิสระในแครอทจะคอยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลายได้ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

6. บำรุงสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้ามแครอทเป็นอย่างยิ่ง เพราะแครอทสามารถช่วยบำรุงสุขภาพได้ดีทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ เด็กจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่จะเกิดกับทารกได้อีกด้วย ส่วนตัวคุณแม่ก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคโลหิตจาง และยังกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักให้คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย


7. ป้องกันผิวจากรังสียูวี

รังสียูวีนับว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสีย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นอีกด้วย การรับประทานแครอทจะสามารถป้องกันผิวพรรณของคุณผู้หญิงจากรังสียูวีได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นเหมือนสารกันแดดจากธรรมชาติช่วยปกป้องผิวได้อีกด้วย

8. ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเกิดได้จากอนุมูลอิสระที่มาจากอาหาร และมลพิษที่อยู่รอบตัว ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะทำลายเซลล์และแปรสภาพให้เซลล์เนั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ แต่หากรับประทานแครอทอยู่เป็นประจำร่างกายจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่างๆรวมถึงมะเร็งเต้านม และยังช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งที่เข้าสู่ร่างกายแล้วด้วย

9. กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

หากคุณผู้หญิงต้องการมีรูปร่างและหุ่นที่ดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม ก็อย่าลืมรับประทานแครอทเป็นประจำ เพราะแครอทจะเข้าไปช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี

10. ลดอาการข้างเคียงจากการมีประจำเดือน

ในแครอทมีธาตุเหล็กและสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะสูญเสียธาตุเหล็กไปมากกว่าปกติในช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง ขาดสมาธิและเป็นโรคโลหิตจางได้ อีกทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดและควบคุมให้ประจำเดือนมาอย่างเป็นปกติ


แครอทมีแต่ประโยชน์มากมายโดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง หากเป็นแบบนี้รีบหามารับประทานจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบรับประทานสด ปรุงอาหาร ทานเป็นเครื่องเคียงอย่างเมนูนำ้พริกกุ้งสด หรือคั้นเป็นน้ำดื่มก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

🍄🍄รู้มั้ย!!!เห็ดหูหนูขาวก็มีประโยชน์นะ🍄🍄



เมื่อพูดถึงเห็ดหูหนูขาว เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักและไม่เคยทาน เห็ดหูหนูขาว หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Tremella Mushroom, Tremella Fuciformis Mushroom ( White Jelly Fungus ) เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี เป็นเห็ดที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนจีน โดยมีประวัติอันยาวนาน ถูกใช้ในตำรับอาหารช่วยบำรุงกำลัง และใช้ในตำรับยาภายในพระราชวังหลวง มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถึงขนาดมีการจดบันทึกว่า นางสนมหยางกุ้ยเฟย ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ของจีน มีการใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนประกอบในสูตรยาเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณและความงาม

เห็ดหูหนู เป็นเห็ดที่หาทานได้ง่ายราคาไม่แพง เป็นเห็ดที่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร และผลิตเป็นสารสกัด เพื่อช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณ เห็ดหูหนูสามารถแบ่งชนิดหลัก ๆ ได้ ตามสีของของเห็ดคือ เห็ดหูหนูดำ และ เห็ดหูหนูขาว โดยทั้งสองชนิดมีประโยชน์คล้าย ๆ กันแต่จะให้ประโยชน์แก่อวัยวะภายในร่างกายแต่ละส่วนแตกต่างกัน

ประโยชน์โดยรวมของเห็ดหูหนูทั้งขาวและดำ คือช่วยบำรุงเลือด ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงระบบย่อยอาหาร บำรุงสมอง โดยเฉพาะเห็ดหูหนูขาว ที่ได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานว่าเป็นสุดยอดของเห็ดเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง


เมื่อพูดถึงเห็ดหูหนูขาว เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักและไม่เคยทาน เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี เป็นเห็ดที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนจีน โดยมีประวัติอันยาวนาน ถูกใช้ในตำรับอาหารช่วยบำรุงกำลัง และใช้ในตำรับยาภายในพระราชวังหลวง มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถึงขนาดมีการจดบันทึกว่า นางสนมหยางกุ้ยเฟย ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ของจีน มีการใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนประกอบในสูตรยาเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณและความงาม

🍄🍄สรรพคุณที่สำคัญ🍄🍄 คือ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้การไหลเวียนเลือดของหัวใจดีขึ้น (ลดอาการหลอดเลือดหัวใจขาด ตีบ) มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดอาการแทรกซ้อน ภายหลังการฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง

🍄🍄สรรพคุณทางยาจีน🍄🍄 เสริมบำรุงสารน้ำของปอด บำรุงไต ทำให้เกิดสารน้ำ หยุดไอ (ไอที่เกิดจากปอดแห้ง ไอแห้งๆ มีเลือดปน) บำรุงพลัง บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง มีฤทธิ์สงบประสาท ช่วยให้นอนหลับ

🍄🍄สรรพคุณของเห็ดหูหนูขาว🍄🍄

นอกจากเรื่องผิวที่เด่น ๆ แล้ว เห็ดหูหนูขาวนั้นยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงร่างกาย และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ สำหรับประโยชน์ต่อร่างกายนั้น เห็ดหูหนูขาวจะออกฤทธิ์โดยตรงกับปอด ไต กระเพาะอาหาร และ กระดูก จากงานวิจัยสมัยใหม่พบว่าในเห็ดหูหนูขาวประกอบด้วย สารอาหารต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาล ใยอาหาร วิตามิน มีกรดอะมิโนสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายหลายตัว มีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่ร้อน ไม่เย็น มีรสหวาน จึงจัดอยู่ในคุณสมบัติของยาบำรุง เสริมพลัง

🍄 ช่วยบำรุงสมอง มีฤทธิ์ช่วยสงบประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดี

🍄 เสริมและบำรุงสารน้ำของปอด

🍄 บำรุงไต

🍄 บรรเทาอาการไอ

🍄 บำรุงหัวใจเห็ดหูหนูขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสูงกว่าเบต้าแคโรทีนในผักสีส้มและเหลือง มีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงเป็นสุดยอดเห็ดอีกชนิดที่มีความโดดเด่นในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี ลดความดัน ลดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบและหลอดเลือดในสมองแตกได้


🍄🍄เห็ดหูหนูขาวกับการควบคุมน้ำหนัก🍄🍄

เห็ดหูหนูเป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำ และยังอุดมด้วยด้วยธาตุแคลเซียม จึงเป็นอาหารที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน เห็ดหูหนูมีอยู่สองชนิดคือ เห็ดหูหนูดำกับหูหนูขาว เห็ดหูหนูขาวจะนุ่มกว่าย่อยง่ายและสามารถขจัดรอยย่นบนผิว ช่วยให้ผิวพรรณงดงามขึ้นได้

เมื่อผิวสวย สุขภาพดีแล้ว เรื่องรูปร่างก็ไม่น้อยหน้า เนื่องด้วยเห็ดหูหนูขาวเป็นพืชตระกูลเห็ด ที่ให้พลังงานน้อย และมีคอเรสเตอรอลต่ำ มีใยอาหารที่ไม่ละลายในน้ำ ทำให้ทานแล้วอิ่มได้นาน ช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระเลือดช้าลง จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดความสมดุล และยังช่วยให้ระดับไขมันในเลือดลดลง ฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เห็ดหูหนูจึงเป็นตัวช่วยตัวนึงในการลดน้ำหนัก

🍄🍄รับประทานเห็ดหูหนูขาวกันเถอะ🍄🍄

จากข้อมูลที่ได้เล่าสู่กันฟัง การรับประทานเห็ดหูหนูขาว จึงเป็นทางเลือกนึงในการดูแลสุขภาพร่างกายแบบครบวงจร ทั้งบำรุงกำลัง บำรุงกระดูก ข้อต่อ บำรุงอวัยวะภายใน ช่วยควบคุมน้ำหนัก บำรุงผิวให้เต่งตึง ชุ่มน้ำ ใครสนใจ ก็ลองไปหาเห็ดหูหนูมารับประทานกัน ซึ่งเห็ดหูหนูขาวถือเป็นเห็ดที่หาซื้อได้ง่าย มีให้เลือกซื้อทั้งแบบแห้ง และแบบแปรรูป ถือเป็นเห็ดที่รับประทานอร่อย สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งคาว และหวาน ส่วนใครที่อยากเสริม ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากหูหนูขาวในรูปแบบของสารสกัด ก็ลองปรึกษาเภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญดู ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะเป็นประโยชน์ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกทาง







บำรุงสายตาสไตล์บ้านๆ ด้วยผักบุ้งแดง

ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญของ ร่างกาย เรา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็นอย่างมาก นอกจากดวงตาจะมีหน้าที่ในการม...