วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

🍃🍃สะระแหน่ สมุนไพรไทย สรรพคุณเกินคำบรรยาย🍃🍃


สะระแหน่ (Peppermint/Mint) เป็นพืชสมุนไพรตามธรรมชาติที่มีการนำใบและน้ำมันมาใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับรักษาโรคและอาการต่าง ๆ เช่น บรรเทาอาการปวด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร หรือใช้เป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรสหรือกลิ่นของสะระแหน่จากยาสีฟัน ขนม อาหารจานต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในสบู่และเครื่องสำอางอีกด้วย

สะระแหน่อุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม โฟลิค วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น และในน้ำมันสะระแหน่ยังมีเมนทอล (Menthol) และเมนโทน (Menthone) เป็นส่วนประกอบหลักอีกด้วย นอกจากนี้ ประโยชน์อื่น ๆ ของสะระแหน่ที่ถูกกล่าวถึงและนำมาใช้ในทางการแพทย์ยังมีอีกมากมาย โดยที่หลายคนเชื่อว่าการรับประทานสะระแหน่อาจช่วยบรรเทาอาการหวัด อาการไอ การอักเสบของปากและลำคอ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ลำไส้แปรปรวน รวมถึงน้ำมันสะระแหน่ยังนำไปใช้ทาที่ผิวหนังเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ รักษาอาการแพ้ ผื่นคัน หรือแม้กระทั่งใช้ไล่ยุงและแมลงต่าง ๆ แต่ข้อพิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ประโยชน์ และความปลอดภัยของการรับประทานสะระแหน่ น้ำมันสะระแหน่ หรือการใช้น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยในการรักษาโรคเหล่านี้

🍃🍃สรรพคุณของสะระแหน่🍃🍃
1.ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยลดอาการตึงเครียดทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยในการขับเหงื่อ ดับพิษร้อน เนื่องจากสะระแหน่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น
2.ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ใช้รักษาอาการปวดหัว ปวดไมเกรน รักษาอาการวิงเวียน หน้ามืดตาลาย ใช้รักษาอาการไอ เป็นหวัดคัดจมูกหรือมีน้ำมูกไหล ใช้รักษาอาการโรคหอบหืด ใช้รักษาอาการของโรคหลอดลมอักเสบ
3.ช่วยรักษาอาการปวดฟัน ช่วยระงับกลิ่นปากให้หอมสดชื่น รักษาอาการปวดหู รักษาอาการเกิดเป็นแผลในช่องปาก ช่วยทำให้เลือดกำเดาหยุดไหล ช่วยในการไล่ยุง
4.ใช้รักษาอาการปวดที่ท้อง ท้องร่วง อาการปวดท้องเนื่องจากบิด รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยทำให้ลมในลำไส้สะอาดและช่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น ป้องกันลำไส้หดเกร็ง ใช้รักษาอาการถ่ายเป็นเลือด ใช้รักษาโรคไทรอยด์
5.ใช้รักษาอาการเนื่องจากถูกพิษของพวกแมลงสัตว์กัดต่อย มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการก่อตัวของเชื้อโรค อีกทั้งยังสามารถนำไปทำเป็นยาปฏิชีวนะ
6.บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ชาสะระแหน่และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันสะระแหน่ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ลดการอักเสบในเยื่อบุจมูก บรรเทาอาการหลอดลมหดตัว ที่เป็นสาเหตุให้ทางเดินหายใจตีบแคบและมีอาการหอบหืด
7.แก้อาการคันผิวหนัง ตำใบสะระแหน่ให้ละเอียด จากนั้นพอกบริเวณผิวหนังที่มีอาการคัน หรือระคายเคืองความเย็นจากใบสะระแหน่จะช่วยผ่อนคลายผิวและบรรเทาอาการได้ดี

เรียกได้ว่าสรรพคุณและคุณประโยชน์ของสะระแหน่นั้นนอกจากจะช่วยบำรุงร่างกาย มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายแล้ว ยังมีประโยชน์และช่วยบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วลองมาทานสะระแหน่กันเถอะค่ะ จะทานเป็นผักเคียงอาหาร โรยหน้าเพิ่มความหอมของอาหาร หรือจะทานเป็นครื่องดื่มก็ได้ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์จากตะไคร้ สุดยอดสมุนไพรเพื่อสุขภาพ


ตะไคร้ ถือว่าเป็นสมุนไพรในครัวเรือนที่นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติ กลิ่นหอมและดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี รู้ไหมว่านอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ประโยชน์ของตะไคร้ก็ยังมีดีอีกมากมายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สงสัยล่ะสิว่าตะไคร้มีดีอย่างไรบ้าง ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันเลย

รักษาอาการอักเสบ
ตะไคร้สามารถลดอาการอักเสบที่เป็นสาเหตุของอาการปวดได้ดี ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดฟัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือปวดตามข้อก็ตาม และให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย โดยให้นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาถูนวดบริเวณที่มีอาการปวด หรือทำน้ำตะไคร้ดื่มเพื่อบรรเทาอาการอักเสบจากภายในก็ได้

บำรุงสุขภาพด้วยวิตามินมากมาย
ต้องบอกเลยว่าตะไคร้มีวิตามินเยอะมาก ซึ่งล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายของคนเราทั้งสิ้น จึงสามารถบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงได้เป็นอย่างดี โดยวิตามินที่พบมากในตะไคร้ได้แก่ วิตามินอี วิตามินบี วิตามินซี และพวกแร่ธาตุ ได้แก่ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เป็นต้น

ล้างสารพิษ
ตะไคร้มีฤทธิ์ในการขับล้างสารพิษออกจากร่างกาย โดยจะชะล้างสารพิษจากระบบย่อยอาหาร ตับ ไต กระเพาะปัสสาวะและขับออกทางปัสสาวะนั่นเอง ซึ่งก็จะทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย


บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่อุดมอยู่ในตะไคร้เป็นจำนวนมาก จึงสามารถบำรุงผิวพรรณให้มีความสวยใสเปล่งปลั่งได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงและป้องกันการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมมากกว่าครีมบำรุงผิวหลายชนิดเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครอยากมีผิวสวยดูอ่อนกว่าวัย อย่ามองข้ามตะไคร้เป็นอันขาด

ช่วยย่อยอาหาร
สำหรับใครที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อย ตะไคร้ก็ช่วยได้เหมือนกัน โดยจะกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถแก้อาการหวัด บรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด ลดแก๊สในลำไส้และแก้อาการท้องเสียได้ดีอีกด้วย โดยส่วนใหญ่จะนิยมทานในรูปของชาตะไคร้นั่นเอง

บำรุงระบบประสาท
ตะไคร้สามารถบำรุงระบบประสาทได้ดี โดยจะช่วยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับระบบประสาทและสมอง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความผ่อนคลายและลดอาการเป็นตะคริวได้เป็นอย่างดี รวมถึงผู้ที่มีอาการมือชาเท้าชาด้วย

เห็นไหมว่าสมุนไพรตะไคร้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยเพิ่มรสชาติและความอร่อยให้กับอาหารเท่านั้น แต่ยังมากไปด้วยประโยชน์ที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหรือผิวพรรณก็ตาม เพราะฉะนั้นหันมาทานตะไคร้บ่อยๆ กันดีกว่า ทั้งตะไคร้สด น้ำตะไคร้ ชาตะไคร้หรือจะสูดลมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยตะไคร้เพื่อสร้างความผ่อนคลายก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561

กระชาย สมุนไพรคู่ครัวไทย


โสมไทย สมุนไพรเยี่ยมของไทยอย่างหนึ่งคือ กระชาย นอกจากจะใช้เป็นเครื่องปรุงในเครื่องแกง ต่างๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมแล้ว ทราบไหมคะว่า ยังมีสรรพคุณทางยาอีกสารพัดประโยชน์ ซึ่งนับได้ว่า กระชาย เป็นสมุนไพรไทย สารพัดประโยชน์จริงๆค่ะ สำหรับ สรรพคุณและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับ กระชาย แบ่งเป็น หัวข้อหลัก ได้ดังนี้นะคะ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.
ชื่อสามัญ : Kaempfer
วงศ์ : Zingiberaceae
ชื่ออื่น : กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ)
ลักษณะทางกายภาพ : กระชาย เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน หรือที่เราเรียกกันว่า เหง้า แบ่งตามชนิดได้ 3 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ , กระชายเหลือง , กระชายแดง

ประโยชน์ : นิยม นำมาใช้เป็นเครื่องปรุง ของอาหารไทย ประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงเผ็ด แกงกะทิ เป็นต้น แต่ที่นิยม นำมาปรุงเป็นเครื่องแกงนั้น จะนิยมใช้เป็นกระชายเหลือง ส่วนกระชายแดง และกระชายดำนั้น จะนิยมนำมาทำเป็นยา บำรุงกำลัง และ เสริมกำหนัด หรือพูดง่ายๆว่า เป็น ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศนั่นเองค่ะ และ ที่สำคัญ กระชาย ยังมีฤทธิ์ต้านการลุกลามการขยายตัวของเซลส์มะเร็งอีกด้วยนะคะ สำหรับสรรพคุณที่จะนำเสนอคุณผู้อ่านวันนี้นะคะ จะเป็นสรรพคุณเกี่ยวกับ การบำรุงกำลัง และ เป็นยาอายุวัฒนะค่ะ


กระชายบำรุงกำลัง
นำกระชาย 2 – 3 หัว มาบุบพอให้แตกแต่ไม่ต้องละเอียดนะคะ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง นำไปแช่น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง แช่ทิ้งไว้ ประมาณ 1 วัน แล้วนำน้ำผึ้งที่ได้จากการแช่กระชาย มารับประทาน ก่อนเข้านอน พอตื่นตอนเช้า จะรู้สึกได้เลยค่ะว่า สดชื่น กระปรี้กระเปร่า

กระชายยาอายุวัฒนะ
นำกระชาย 2 – 3 หัว ทุบให้ละเอียดแล้ว ห่อในผ้าขาวบาง คั้นเอาน้ำ ผสมกับ น้ำผึ้ง แล้วทานก่อนจะรับประทานอาหารเย็นประมาณ 20 นาทีค่ะ โดย ทานแบบนี้เป็นประจำ จะทำให้เจริญอาหารและสดชื่นค่ะ

นอกจากนี้ กระชาย ยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมายนะคะ เช่น แก้โรคบิด แก้ลมวิงเวียน แก้ท้องเดิน แก้ฝีในปาก แก้กลาก เป็นต้นค่ะ สำหรับ ส่วนอื่นๆ ของกระชาย นอกจากเหง้าแล้ว ใบ และ รากของกระชาย ก็ยังมีสรรพคุณทางยา อีกด้วยนะคะ

เหง้าและราก สรรพคุณ : แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก

ใบ สรรพคุณ : บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ

กระชาย ลดความอ้วนได้จริงหรือ ?
นอกจากจะมีสรรพคุณบำรุงร่างกายแล้ว กระชายยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย โดยสถาบัน Clinical Research Information Service ของประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการศึกษาว่ากระชายสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้หรือไม่ ซึ่งในการศึกษาได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นสามกลุ่ม โดยให้กลุ่มแรกรับประทานกระชายวันละ 300 มิลลิกรัม กลุ่มที่ 2 ทาน 600 มิลลิกรัม และกลุ่มที่สามรับประทานยาแป้ง

จากการวิจัยพบว่า ทั้งกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองที่มีการรับประทานกระชายนั้นมีรอบเอว ปริมาณไขมัน และน้ำหนักตัวที่ลดลงตามลำดับภายในเวลา 12 สัปดาห์ แต่กลุ่มที่รับประทานยาแป้งนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามก็ยังต้องมีการศึกษาต่อไปว่าการบริโภคกระชายในปริมาณเท่าใดจึงจะดีต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

บำรุงสายตาสไตล์บ้านๆ ด้วยผักบุ้งแดง

ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญของ ร่างกาย เรา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็นอย่างมาก นอกจากดวงตาจะมีหน้าที่ในการม...