วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ผักชีไม่ได้มีดีแค่โรยหน้า



สรรพคุณและประโยชน์ของผักชี มีมากมายอย่างที่คาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว เราจึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร และเพื่อตกแต่งอาหารให้มีหน้าตาน่ากินยิ่งขึ้น แต่ที่ญี่ปุ่น “ผักชี” กลายเป็นผักที่หลายนิยมชมชอบกันมาก ทานกันเป็นกำๆ (ทั้งๆ ที่ผักชีที่บ้านเขาราคาก็ไม่ได้ถูกเท่าบ้านเรา) ขนาดมีนักร้องบอยแบนด์ของญี่ปุ่นร้องเพลง “ผักชีเฮเว่น” (เฮเว่น = สวรรค์) โดยสื่อถึงความคลั่งผักชีของคนญี่ปุ่นนั่นเอง
จากกระแส"ผักชีฟีเวอร์"ขนาดหนัก จึงทำให้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูที่มีผักชีเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่ได้เป็นเพียงผักโรยหน้าแบบบ้านเรา เป็นผักชีกองๆ ทานกันเป็นกำๆ เลยทีเดียว แถมยังมีร้านอาหารที่ทั้งร้านจำหน่ายแต่เมนูที่มีผักชีเป็นส่วนประกอบเท่านั้นอีกด้วย นอกจากนี้เมนูผักชี ยังกลายเป็นเมนูแห่งปีของญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย (ปี 2016) ตอกย้ำกระแสชื่นชอบผักชีของคนญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

ผักชี เป็นพืชล้มลุกอายุสั้น ที่อยู่ในวงศ์ (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE) หรือวงศ์ผักชีนั่นเอง โดยมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ที่พบว่าปลูกมากเช่น ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปยุโรป อินเดีย เป็นต้น ส่วนในไทยจะมีแหล่งเพาะปลูกใหญ่ๆ ที่ จ.ราชบุรี นครปฐม ผักชีเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงอากาศหนาว ผักชีเป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงนิยมนำมาประกอบอาหารและตกแต่งจานอาหารให้น่ารับประทานอยู่เสมอ ดังนั้นผักชีจึงจัดเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับครัวของคนไทย


สรรพคุณทางยาของผักชี

สรรพคุณทางยาของผักชีนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ตั้งแต่ส่วนของใบผักชีที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อนจึงช่วยขับเหงื่อ ทำให้ระบบย่อยอาหารดีและเจริญอาหาร ส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย ขับเสมหะ แก้หวัด แก้ไอ บรรเทาอาการปวดหัว บำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ มีสารต้านมะเร็ง แบคทีเรีย และเชื้อรา กระตุ้นการทำงานของเลือด และช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้เป็นไปอย่างปกติ ต่อมาคือรากผักชีมีสรรพคุณช่วยขับพิษไข้ในหัดและอีสุกอีใส ส่วนเมล็ดผักชีหรือลูกผักชี ก็มีสรรพคุณทางยาที่ไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น มีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดอาการปวดฟัน และในเมล็ดผักชียังมีน้ำมันหอมระเหยที่สามารถช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้ด้วย อย่างไรก็ดี มีข้อห้ามในการกินผักชีอยู่นิดหน่อยว่า ควรกินในปริมาณที่พอดี อย่ากินมากไปเพราะจะทำให้กลิ่นตัวแรงได้


ไม่ว่าจะกินข้าวต้มก็มีผักชี กินก๋วยเตี๋ยวก็มีผักชี กินแกงจืดแกงเผ็ดก็มีผักชีกินยำหรือกินน้ำพริกก็มีผักชีอีก เอาเป็นว่าเกือบทุกเมนูอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันต้องมีผักชีโรยหน้าอยู่เสมอ เพราะผักชีนั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีลักษณะของใบที่มีสีเขียวสด รูปร่างสวยงาม จึงเป็นที่นิยมนำผีกชีมาตกแต่ง โรยหน้าอาหาร

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ของดีมีประโยชน์



ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของถั่วแล้ว ก็เป็นอาหารจำพวกโปรตีนอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย แถมยังมีให้เลือกรับประทานอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วปากอ้า ถั่วลิสง อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และถั่วอีกชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของคนไม่น้อยก็ได้แก่ "เม็ดมะม่วงหิมพานต์" แม้ว่าชื่อจะดูไม่เหมือนเป็นถั่ว แต่ขอบอกเลยล่ะว่านี่เป็นถั่วอีกชนิดที่น่าสนใจและอยากให้ได้ลิ้มลองกัน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีกับสุขภาพ

ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

1. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารเดียวกับที่พบอยู่ในเมล็ดองุ่น มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก และช่วยหยุดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย มีการศึกษาพบว่าการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ และด้วยแร่ทองแดงที่มีอยู่ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในปริมาณสูงก็ยังทำให้เจ้าถั่วชนิดนี้มีประโยชน์ในการยับยั้งความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้อีกเช่นกัน

2. เสริมสร้างสุขภาพหัวใจ
ในบรรดาถั่วทุกชนิด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ถือเป็นถั่วที่มีปริมาณไขมันน้อยที่สุด แถมภายในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นก็ยังอุดมไปด้วยกรดโอเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่พบได้มากในน้ำมันมะกอก โดยเจ้ากรดโอเลอิกนี้เป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพหัวใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจากการศึกษาพบว่า กรดโอเลอิกจะเข้าไปลดปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อีกทั้งแมกนีเซียมในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ยังช่วยลดความดันโลหิตและป้องกันไม่ให้หัวใจวาย ไม่เพียงเท่านั้น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ยังไม่มีคอเลสเตอรอลให้กวนใจ ใครที่อยากให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขอแนะนำให้หามารับประทานเลยค่ะ


3. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
เรามักจะเข้าใจว่าแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญกับกระดูก แต่จริง ๆ แล้วแมกนีเซียมก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากแคลเซียมแล้วในกระดูกของเราก็มีแมกนีเซียมอยู่ด้วยเช่นกัน และเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการสะสมแคลเซียมของกระดูก การขาดแมกนีเซียมก็อาจจะทำให้กระดูกไม่สามารถสะสมแคลเซียมไว้ใช้ได้เพียงพอ อีกทั้งเอนไซม์จากแร่ทองแดงที่อยู่ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยังทำงานร่วมกับคอลลาเจนและอิลาสตินในร่างกาย ทำให้กระดูกและข้อต่อต่าง ๆ ทำงานได้อย่างแข็งแรงคงทน รวมทั้งมีความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย

4. บำรุงสายตา
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมาจากสารอนุมูลอิสระตัวเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าสารซีแซนทิน (zea-xanthin) ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะถูกดูดซึมเข้าไปยังจอประสาทตา และเข้าไปช่วยป้องกันรังสี UV อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของดวงตาในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

5. บำรุงสุขภาพผมและผิวหนัง
ทองแดง ถือเป็นแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งสามารถพบได้มากในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเจ้าแร่ทองแดงนี้มีเอนไซม์อยู่เป็นจำนวนมาก เอนไซม์เหล่านั้นทำหน้าที่ในการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเมลานิน และเจ้าเมลานินนี่ล่ะค่ะที่มีความสำคัญต่อเส้นผมและผิวหนัง ช่วยให้ผมดกดำ แล้วผิวหนังมีเม็ดสีที่สม่ำเสมอกันค่ะ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โทษก็มี จะกินทั้งทีต้องระวังแบบนี้

พูดกันถึงเรื่องประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์กันไปเยอะแล้ว คราวนี้เราลองมาดูโทษของเม็ดมะม่วงหิมพานต์กันบ้างค่ะ แม้ว่าจะมีประโยชน์มาก แต่การรับประทานถั่วชนิดนี้เข้าไปมาก ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการตกค้างของสารบางชนิดที่มีในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรืออาการแพ้เช่นเดียวกับถั่วชนิดอื่น ๆ


อย่างที่ทราบกันว่าคนส่วนใหญ่นิยมนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาประกอบในอาหารได้ทั้งคาวและหวาน ส่งผลให้รสชาติของอาหารอร่อยได้อย่างลงตัว ซึ่งในบางเมนูเราอาจจะไม่เชื่อว่าสามารถนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาเป็นส่วนผสมในการทำอาหารได้ด้วยเช่นกัน วันนี้เราเลยนำเมนูที่มีส่วนประกอบของเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง เป็นเมนูที่ได้ประโยชน์มากมายเลยค่ะ สำหรับใครที่อยากลองเมนูนี้เชิญได้ที่ร้านเดอะโฮมได้เลยค่ะ

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ไข่มดแดง โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ



ไข่มดแดงถือเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะมีโปรตีนสูง โดยในไข่มดแดง 100 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนกินข้าว จะมีโปรตีนสูงถึง 8.2 กรัม แถมไข่มดแดงยังมีไขมันและแคลอรีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับไข่ไก่ เพราะไข่มดแดงมีไขมันเพียง 2.6 กรัม ในขณะที่ไข่ไก่มีไขมันมากถึง 11.7 กรัม สำหรับปริมาณกิโลแคลอรีในไข่มดแดงให้พลังงาน 86 กิโลแคลอรี ในขณะที่ไข่ไก่ให้พลังงานถึง 155 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน


และนอกจากที่ไข่มดแดงจะเป็นเมนูที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว วิธีการนำไข่มดแดงมาปรุงประกอบให้สะอาด ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องล้างก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร และต้มหรือลวกให้สุกทุกครั้ง ไม่ควรกินแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สำหรับวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงประกอบกับไข่มดแดง มักจะเป็นผักพื้นบ้าน จะต้องล้างทำความสะอาด เพื่อลดการปนเปื้อนจากเชื้อโรค และพยาธิ สารพิษหรือยาฆ่าแมลงเช่นเดียวกัน โดยการล้างอย่างน้อย 3 น้ำ



ช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่เมนูไข่มดแดงกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ตามท้องตลาด และบางพื้นที่ยังสามารถสอยไข่มดแดงมาปรุงประกอบได้เอง วันนี้เราได้นำเมนูเด็ดของทางร้านมาแนะนำ นั่นก็คือ เมนูแกงผักหวานไข่มดแดง ซึ่งเมนูนี้เป็นเมนูเด็ดประจำร้านของเรา ที่ใครๆได้ลองรับรองติดใจ

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2561

5 อาหารต้านโรคร้ายอย่างโรคมะเร็ง


โรคร้าย

โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลก และยังเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ เนื่องจากสารอนุมูลอิสระ ที่อยู่รอบ ๆตัวเรา รวมทั้งการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสารพิษ จนเซลล์ผิดมากปกติมากจนเกินไป จนนำไปสู่โรคมะเร็ง ซึ่งเราสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ด้วยการรับประทานอาหาร ที่มีส่วนช่วยในการต้านมะเร็ง ซึ่งเราสามารถค้นหาได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ดังต่อไปนี้

1.กระเทียม

กระเทียม

เป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในการบำรุงกำลังมานับตั้งแต่สมัยโบราณ มีการใช้ในกระเทียมใช้เป็นยาฆ่าเชื้อได้ สรรพคุณเด่นของกระเทียมคือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายในการป้องกันมะเร็ง จากการศึกษาในฟลอริดาพบว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ที่ทานกระเทียม สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีกว่า ผู้ที่ไม่ทานกระเทียมถึง 139 เปอร์เซ็นต์ และมีการทดลองพบว่าทั้งกระเทียมและหัวหอม สามารถลดการเกิดมะเร็งที่ผิวหนัง จากการทดลองในหนูให้หนูที่มีพันธุกรรมที่จะเป็นมะเร็งได้ง่าย ให้กินกระเทียมพบว่าช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งลงได้

2.เห็ด

เห็ด

อาหารตระกูลเห็ดนั้น นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง เห็ดมีสรรพคุณในการลดสารพิษ ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย มีสรรพคุณในการต่อต้านมะเร็งได้ โดยทางนักวิจัยได้ค้นพบว่า เห็ดไรชิ, เห็ดชิตาเกะ และเห็ดไมตาเกะ ซึ่งในเห็ดไมตาเกะนั้นประกอบด้วย โพลีแซคคาไลท์ ที่ชื่อว่า เบต้ากลูแคน ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความดันเลือด

3.ถั่ว

ถั่ว

ในเมล็ดถั่วนั้นเต็มไปด้วยโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย และอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อร่างกาย ถั่วมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งได้ ในเมล็ดพืชที่มีเปลือกนั้น จะมีสารโปรตีเอสอินฮิบิเตอร์ ซึ่งจากการทดลองทำให้พบว่า สารโปรตีเอสอินฮิบิเตอร์ สามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ และในถั่วนั้นยังประกอบไปด้วยสารไอโซฟลาโวน และสารไฟโตเอสโตรเจน ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี


4.แคโรทีนอยด์

จัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ พบได้ในผักผลไม้ สีเขียวและสีส้ม ซึ่งอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แคโรทีนอยด์จะเป็นพิษต่อมะเร็ง จึงช่วยต้านมะเร็งได้อย่างดี

5.กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี

พืชจำพวกกะหล่ำ เช่น บรอคโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ซึ่งพืชเหล่านี้ มีส่วนหัวติดอยู่กับพื้นดิน ทำให้พืชชนิดนี้มีสารอินโดล ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์ของจอห์น ฮอปกิ้นส์ ได้ทำการทดลองกับสัตว์ที่เลี้ยงด้วยพืชประเภทนี้ เมื่อได้รับสารพิษที่จะก่อมะเร็งให้กับร่างกาย จะลดโอกาสในการเกิดมะเร็งลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน

มะเร็งนั้นเป็นโรคที่รักษาไม่หายแต่สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยการรับประทานอาหารที่ได้แนะนำไว้ในข้างต้น หรือทานอาหารที่มีส่วนประกอบวัตถุดิบทั้ง 5 อย่างที่เล่ามาข้างบนนะค่ะ วันนี้เราก็มีเมนูอาหารมาแนะนำเช่นเคยค่ะ เมนูนี้เลยค่ะ “ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน” เป็นอาหารรสแซ่บ ครบเครื่องเรื่องเครื่องเคียง ต้องมาลองทานกันนะค่ะ ร้านตั้งอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ใครที่ผ่านไปผ่านมาก็สามารถแวะมาลองกันได้นะค่ะ

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของปูแก้ช้ำในจริงหรือไม่..?


ประโยชน์ของปู

เมื่อเอ่ยถึงปู ใคร ๆ ก็ร้องอ๋อ! เพราะเนื้อปูนั้นมีรสชาติที่อร่อย ใคร ๆก็อยากกิน โดยเฉพาะแกงคั่วเนื้อปู พูดแล้วชวนให้น้ำลายไหล คนไทยเรารู้จักกินปูมาเป็นเวลาช้า ใครจะไปรู้ว่าปูมีประโยชน์แก้ช้ำใน โดยธรรมชาติ ปูเป็นสัตว์ที่ชอบต่อสู้กันเอง ปูจะต่อสู้กันจนขาหัก แต่ดูเหมือนว่าแม้ขาจะหัก ปูก็ยังไม่วิตกกังวลแต่อย่างไร
ปูมีนิสัยที่แปลก ปูที่เจริญเติบโตในน้ำจืด เวลาขยายพันธุ์จะไปวางไข่ในทะเล พอถึงหน้าผสมพันธุ์ก็จะไปฮันนีมูนและวางไข่ในทะเล
ปูมีประมาณ 300 ชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล มีอยู่ประมาณ 20 ชนิดที่อยู่ในน้ำจืด ในชั่วชีวิตหนึ่งแม่ปูจะออกไข่เพียงครั้งเดียว ไข่ที่ออกจะมีหลายหมื่นใบ

สรรพคุณ
ปูมีคุณสมบัติเย็น รสเค็ม สรรพคุณแก้ช้ำใน แก้หิด เกลื้อน ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก


ข้อควรระวัง
ผู้ที่เป็นหวัด หรือมีอาการท้องอืด แน่น มีแก๊สในกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย และรู้สึกเย็นบริเวณท้อง ไม่ควรกินปู ปูเป็นอาหารที่อร่อย ใคร ๆ ก็ชอบกิน แต่การกินปูนั้นมีข้อพึงระวัง 2 ประการ คือ
1. อาการเป็นพิษ มักเกิดขึ้นหลังจากกินปูไปแล้ว 14-24 ชั่วโมง มีอาการปวดท้อง หลังจากนั้นจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือดคล้ายบิด
นอกจากนี้ยังมีอาการอาเจียนหรืออยากอาเจียน มีไข้ ถ้าเป็นมากจะขาดน้ำ ทำให้เกิดอาการเกร็งทั้งตัว ความดันโลหิตลดลง บางครั้งอาจถึงแก่ชีวิตได้ อาการแพ้มักเนื่องมาจากกินเนื้อปูที่ทำไม่สุกหรือไม่สด
2. พยาธิในปู ส่วนใหญ่มักมีในปูน้ำจืด เกิดจากการปรุงไม่สุก ดังนั้นจึงควรเลือกกินปูที่สดและปรุงให้สุกแล้วจึงกิน

แกงคั่วเนื้อปู

จากที่ได้ทำความรู้จักกับประโยชน์ของปูมาแล้วนะคะ วันนนี้เราก็มีเมนูอาหารมาแนะนำกันค่ะ เมนู “ แกงคั่วเนื้อปู ” เมนูอาหารอีสานที่หวังว่าใครหลายคนรู้จักแล้วนิยมสั่งมาทานเมื่อมาทานอาหารที่ร้านอาหารเดอะโฮมอุบล ในส่วนใครที่ยังไม่เคยมาลองทาน รีบมาตำเลยค่า

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561

พริกไทยราชาแห่งเครื่องเทศ


เครื่องเทศ

พริกไทยราชาแห่งเครื่องเทศ ที่มีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งเป็นเครื่องปรุงที่เอาไว้ดับคาวอาหาร และเป็นสมุนไพร ที่มีประโยชน์ต่อการรักษา พริกไทยนั้น จะมีลักษณะเม็ดเล็ก แต่รสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน ถ้าทำเป็นแบบแห้ง ก็จะได้ทั้งพริกไทยดำ (ไม่ปอกเปลือก) และพริกไทยขาว (ปอกเปลือกแล้ว) หรือ ถ้านำไปป่นก็จะกลายเป็นพริกไทยป่น เอาไว้โรยหน้าอาหารต่าง ๆ และให้กลิ่นหอมฉุน

ลักษณะของพริกไทย
พริกไทย เป็นต้นไม้อายุยืน เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มีรากฝอยตามข้อเถา เอาไว้ยึดเกาะ มีขนาดความยาวประมาณ 5 เมตร ใบใหญ่คล้ายใบโพธิ์ แต่จะมีดอกขนาดเล็ก เมล็ดพริกไทยจะมีลักษณะกลม เม็ดเล็กเป็นพวง ตรงข้อของลำต้น โดยนิยมปลูกพริกไทยกันมาก ในจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง โดยสายพันธ์ุที่นิยมปลูกกัน มีด้วยกัน 6 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ใบหนา พันธุ์บ้านแก้ว พันธุ์ปรางถี่ธรรมดา พันธุ์ปรางถี่หยิก พันธุ์ควายขวิด และสายพันธุ์คุชชิ่ง

พริกไทย แบ่งตามวิธีการเก็บ และเตรียมได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. พริกไทยดำ ได้จากการนำเอาพริกไทย ที่แก่เต็มที่ แต่ยังไม่สุก มาตากแดดให้แห้ง จนออกเป็นสีดำ และไม่ต้องปลอกเปลือก
2. พริกไทยขาว หรือพริกไทยล่อน ได้มาจากการนำ เอาพริกไทยที่สุกเต็มที่ มาแช่ในน้ำเพื่อลอกเปลือกออก แล้วนำไปตากให้แห้ง

พริกไทยดำ

ประโยชน์ทางยาของพริกไทย
พริกไทยดำ มีประโยชน์ ในการรักษาโรคต่าง ๆ เช่น โรคกระเพาะ ลำไส้ แก้ปวด แก้อักเสบ เป็นต้น ทางตำราจีน จะใช้พริกไทยดำ ในการรักษา โรคท้องเดินจากอหิวาต์ โรคมาลาเรีย และแก้ไข้ น้ำมันในพริกไทยดำ ( สารพิเพอรีน ) ก็นำมาเจือจางกับน้ำ เอามาสูดดม หรือทาถูผิวหนัง เพื่อลดอาการไข้ หนาวสั่น ทำให้หายใจโล่งขึ้น และฆ่าเชื้อโรคได้ดี สามารถนำมาผสมกับน้ำมัน แล้วนวดบริเวณ ที่ปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้กลิ่นของพริกไทย ยังเข้าไปกระตุ้นสมอง ให้รู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ ส่วนในตำราไทย จะนำพริกไทยดำ มาทำเป็นสมุนไพร เพื่อแก้อาการ จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย แก้อ่อนเพลีย และลดอาการอยากบุหรี่ ในรายที่ต้องการเลิกบุหรี่

ประโยชน์ในการลดความอ้วน
ปัจจุบันได้มีผลการวิจัย จากประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนว่าพริกไทยดำ สามารถลดความอ้วนได้จริง และสามารถลดน้ำหนัก ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีส่วนประกอบของสาร "ไพเพอร์รีน" ที่มีคุณสมบัติ ในการต่อต้านความอ้วน พริกไทยดำ มีจุดเด่นในเรื่องของ ความฉุน และรสชาติที่เผ็ดร้อน ช่วยในการควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีจำนวนลดลง และกลับมาอ้วนได้ยากขึ้น และเข้าไปกระตุ้น การหลั่งของกรด ในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกาย เผาผลาญพลังงาน ที่ได้รับจาการรับประทานอาหาร ไปใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการสะสมของไขมัน ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดความอ้วน

คุณค่าทางด้านโภชนาการ
-พริกไทยมีแคลเซียม ในปริมาณที่สูงมาก โดยเฉพาะในพริกไทยอ่อน ซึ่งแคลเซียมเป็นส่วนสำคัญในการบำรุงกระดูก และฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ และยังสามารถป้องกัน การเกิดภาวะกระดูกพรุนได้อีกด้วย
-พริกไทยมี ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ที่ช่วยในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
-มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้น ของวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น
-มีสารที่ชื่อว่า ไปเปอรีน และ ฟินอลิกส์ ซึ่งทั้งคู่เป็นสารต้านอนุูมูลอิสระ มีสรรพคุณในการป้องกันมะเร็งในระยะเริ่มต้น

กุ้งพริกไทยดำ

นอกจากผลของพริกไทย จะมีประโยชน์มากมายแล้ว ผลก็ยังสามารถเอามาทำมาประกอบอาหารได้เช่นกัน ทั้งนี้อยู่ที่ว่า ใครจะนำไปทำอาหารประเภทไหนเท่านั้นเอง วันนี้เราก็มาแนะนำเมนูสุดแซ่บ “ กุ้งผัดพริกไทยดำ ” เป็นเมนูอาหารของทางร้านเดอะโฮมอุบล ใครที่ผ่านมา ก็สามารถแวะลองชิมลิ้มรสได้นะค่ะ ร้านสะอาด น่านั่งบรรยากาศได้ ราคาสบายกระเป๋า

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

เห็ดเผาะเป็นยารักษาโรคเบาหวาน


ยา

“เห็ดเผาะ” ทั่วโลกเขาเชื่อว่าเป็นยาที่หายากและดีมาก ๆ มีหลายประเทศใช้เห็ดเพาะเป็นยากระตุ้นการหลั่งเอ็นไซน์ ย่อยแป้งและน้ำตาล พูดง่ายๆก็คือ ไปเสริมและบำรุงตับอ่อนให้แข็งแรงและหลั่งอินซูลินมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่ขบวนการใช้น้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น หรือพูดให้ตรงก็คือ ในหลายประเทศ เช่นอินเดีย เนปาล และหลายประเทศในแอฟริกา เขาใช้เห็ดเผาะ เป็นยาที่สำคัญในการรักษาโรคเบาหวาน ดังนั้น เวลาเขาเจอเห็ดเผาะ จะทำการถนอมเห็ดเผาะด้วยการลวกน้ำร้อน เพื่อยับยั้งเอ็นไซน์เสียก่อน แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นชั้นแช่แข็ง เพื่อใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานทานเป็นประจำ สามารถที่จะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี โดยใหม่ๆ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานอย่างรุนแรงและไตเริ่มเสื่อม ควรทานเห็ดเผาะร่วมกับยาควบคุมน้ำตาล แต่พอน้ำตาลสามารถควบคุมได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่ให้ทานเห็ดเผาะแทนเป็นประจำ วันละดอก สองดอกก็พอ

เห็ดเผาะ

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดเผาะ
– ช่วยในการบำรุงร่างกายให้ร่างกายแข็งแรง
– ช่วยรักษาอาการช้ำใน
– ช่วยป้องกันโรควัณโรค
– ช่วยป้องกันและยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็งได้ดี
– ช่วยในการสมานแผลและผิวให้เรียบเนียน
– ช่วยในการลดอาการบวมหรืออักเสบ
– ช่วยแก้อาการร้อนใน และแก้ไข้
– ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว หยุดไหลได้ง่ายขึ้น
– ช่วยบรรเทาอาการคันตามนิ้วมือหรือนิ้วเท้า

เห็ดเผาะ1

ในช่วงที่มีฝนตกลงมาทำให้อาหารประเภทของป่า เช่น กบ เขียด อึ่งอ่าง แมงเม่า แมงมัน และพืชผักนานาชนิด ทำให้ชาวบ้านมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีรายได้เสริมเป็นกอบเป็นกำในช่วงหน้าฝนนี้ โดยเฉพาะ”เห็ดเผาะ”หรือ “เห็ดถอบ” 1 ปีจะออกหนเดียวในช่วงย่างเข้าสู่หน้าฝน ช่วงแรก ๆ เห็ดถอบจะมีราคาสูงถึงลิตรละไม่ต่ำกว่า 300 บาท กันทีเดียว ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างแพง แต่ก็ถือว่าคุ้มได้บริโภคของสดๆจากป่า ยิ่งหาซื้อมาบริโภคในช่วงนี้ “เห็ดถอบ”กำลังอ่อนและเนื้อข้างในมีรสชาติกรอบ หอม หวาน กันทีเดียว แต่ขอเสียใจกับ ผู้ที่ไม่มีฟันไม่อาจจะขบเคี้ยวลิ้มรสชาติของมันได้ดั่งใจ


สำหรับหลายคนก็ได้รู้สรรพคุณเห็ดเผาะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อย่างที่รู้ๆกันค่ะว่าเห็ดเผาะเกิดเฉพาะในช่วงฤดูฝน เป็นเห้ดที่เกิดตามฤดูกาล เพราะฉะนั้น จึงเป็นเห็ดที่หากินได้ยาก วันนี้เราก็มีเมนุมาแนะนำเช่นเคยค่ะ นั้นก็คือ แกงเห็ดเผาะ อาหารของทางร้าน The Home ร้านอาหารที่ยกระดับความเป้นอีสาน สู่ความเป็นอินเตอร์ ในเรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึงอร่อยแซ่บถึงใจ

บำรุงสายตาสไตล์บ้านๆ ด้วยผักบุ้งแดง

ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญของ ร่างกาย เรา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็นอย่างมาก นอกจากดวงตาจะมีหน้าที่ในการม...